[ภาคแรก] ภาพที่เปลี่ยนชีวิต 10 ช่างภาพ National Geographic

1

Jessie Wender  ที่ทำหน้าที่เป็น photo editor ให้ National Geographic เธออยากที่จะรู้จักเกี่ยวกับช่างภาพที่เธอทำงานด้วยมากขึ้น เธอเลยได้ไปถามช่างภาพ National Geographic  10 คน เกี่ยวกับภาพที่พวกเขารู้สึกขอบคุณ หรือเป็นภาพที่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปเลย นี่เป็นภาพที่เขาแบ่งปันมาให้ชม

ภาพโดย John Stanmeyer เหตุการณ์ซึนามิของมหาสมุทรอินเดีย ในเมืองอินโดนีเซีย 2004

จากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างหนักที่เกาะสุมาตราทางตอนเหนือ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2004 สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายได้พังทลายลง เหลือเพียงแต่มัสยิดแห่งเดียวนี้ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องลึกลับ เป็นเรื่องของโชคชะตา ในภาพนี้เป็นคนที่รอดจากเหตุการณ์ดังกล่าว กำลังสวดมนต์ ขณะที่ด้านหลังยังมีไฟที่คุกรุ่น เหตุการณ์นี้กินเวลาหลายเดือนผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ผู้รอดชีวิต ไม่มีใครเลยที่บ่น มันเป็นเหตุการณ์ที่บอกว่าเวลาของเรามีค่ามากแค่ไหน คอยเตือนเราว่าเรามีชีวิตอยู่อย่างน่าอัศจรรย์บนโลกนี้ได้อย่างไ ธรรมชาติให้เราอย่างไร และเอามันไปอย่างไร และความสำคัญสำหรับพวกเราทุกคนในการหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในช่วงเวลาแบบนี้ ไม่สำคัญว่าจะใหญ่หรือเล็ก แต่ละวันผมขอบคุณสิ่งเล็กๆ เช่น การตื่นมา การเหยียบเท้าลงกับพื้น เพราะวันหนึ่งผมจะไม่ได้ทำมัน ขอบคุณเช่นเดียวกับคนในภาพเหล่านี้  ที่ยังมีความฝัน ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป – John Stanmeyer

ภาพโดย Stephanie Sinclair Mejgon, Herat, Afghanistan 16 มิ.ย. 2004

บทสนทนาประโยคหนึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของฉันไปเลย มันเป็นเรื่องของ Mejgon ผู้ไม่มีความสุขในชีวิต เธอได้แต่งงานเมื่ออายุ 11 และ เมื่ออายุ 15 ปีเธอได้ไปอยู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นที่ๆ หญิงสาวอัฟกานิสถานหลายคนที่หนีชีวิตแต่งงานของพวกเธอ เมื่อเธอพบฉัน เธอบอกว่า “ในชีวิตที่ผ่านมาของเธอ เธอไม่เคยรู้สึกถึงความรักเลย” ในปีต่อมา ฉันได้นำคำพูดบาดใจของเธอที่ยังอยู่ในใจฉัน และได้เห็นใบหน้าที่แสดงออกมาของเจ้าสาววัยเด็กทั่วโลก ฉันได้เปลี่ยนไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เปลี่ยนจากเรื่องราวใน National Geographic ไปทำองค์กรไม่แสวงหาประโยชน์ เป็นการรณรงค์ระดับโลก ไม่ให้มีเจ้าสาววัยเด็ก ชื่อ Too Young to Wed เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ที่จะแก้ไขเรื่อง การบังคับการแต่งงานแล้ว ฉันปลื้มปิติในมิตรภาพของ Mejgon แรงบันดาลใจของเธอได้ช่วยผู้หญิงและเด็กสาวทั่วโลก – Stephanie Sinclair

ภาพโดย Carsten Peter ถ้ำ Hang Son Doong 2010

มันเป็นเรื่องท้าทายมากที่จะไปฉายแสงในถ้ำ Hang Son Doong ประเทศเวียดนาม ที่ถูกพบในปี 2009 เป็นถ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันสูง 200 หลา และไม่กว้างนัก เพื่อจะได้ภาพที่ฉายแสงแบบนี้ เราต้องการคน 14 คน เพื่อฉายแสงในถ้ำอันเวิ้งว้างนี้ มันวุ่นวายมาก ครึ่งหนึ่งของเราเป็นคนเวียดนามที่เราสื่อสารไม่รู้เรื่อง  หลังจากได้แพร่ภาพลงไปในอินเตอร์เน็ต ชุดภาพนี้ได้รับรางวัล World Press Photo Award และ ภาพแห่งปีของ National Geographic แต่สิ่งที่มีความหมายมากที่สุดสำหรับผมคือ การได้รางวัลช่างภาพ National Geographic Photographer Award ในสังคมออนไลน์ ผมมีความสุขมากที่ได้อ่าน คอมเมนต์ เช่น “ฉันภูมิใจมากที่เป็นคนเวียดนาม”

จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ถ้ำนี้ได้มีการจัดการที่ดี มีผลกระทบจากมนุษย์น้อยมากเท่าที่เป็นไปได้ ไกด์ท้องถิ่น ผู้เผ้าประตู ได้ถูกจ้างสำหรับการทัศนศึกษาในราคาที่สูง ได้มีรายได้เกิดขึ้น จนถึงตอนนี้แม้ว่า บริษัท Sun Group หรือ Austrian Doppelmayr ได้วางแผนสร้าง cable car ในระยะ 6 ไมล์  มันจะเปลี่ยนจาก ถ้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนจำนวนมาก มันจะเปลี่ยนระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อน และโ๕รงสร้างของถ้ำอย่างมาก ในฐานะคนรักธรรมชาติ การพัฒนาครั้งนี้ มันทำให้เลวร้ายลง ผมคิดเสมองว่าการแสดงความงามของธรรมชาติมันจะสร้างไปสู่ความเคารพและนำไปสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ในกรณีนี้ผมรู้สึกผิดหวังมาก อาจเป็นเพราะถ้าไม่มีการสำรวจของผม การพัฒนานี้คงจะไม่มีก็เป็นได้ ผมจะรู้สึกขอบคุณมากถ้าคุณสนับสนุนผมเพื่อปกป้องอนุสาวรีย์ธรรมชาติแห่งนี้ และลงชื่อ ในเว็บนี้ เพื่อหยุดการก่อสร้าง—Carsten Peter

ภาพโดย Maggie Steber, Madje นั่งเพื่อถ่าย Portrait, 2006

ท่ามกลางการสูญเสียความทรงจำของเธอ Madje แม่ของฉันได้โพสท่าให้ฉันถ่ยารูประหว่างการมาเยี่ยมบ้านฉันในไมอามี่ ฉันต้องการถ่ายแม่ของฉันให้เรียบง่าย ฉันให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้แบบสูง และถ่ายเธอกับฉากหลังสีขาว ฉันได้ถ่ายภาพด้วยความเศร้าโศก ของภาวะสมองเสื่อม แตามันก็ช่วยให้ฉันคิดอะไรได้บางอย่าง การเป็นลูกคนเดียวของผู้ปกครองคนเดียว  และฉันแค่อยากสร้างความทรงจำใหม่ให้ตัวฉันเอง หลังจากฉันได้ถ่ายรูปไปแล้ว ฉันพูดไม่ได้ว่าทำไมแต่ฉันได้ขอให้แม่ขอฉันถอดเสื้อออกเธอก็ได้ถอดเสื้อออกโดยทันทีและนั่งบนเก้าอี้ ฉันประหลาดใจมาก แต่ฉันก็ถ่ายรูปเอาไว้ เพราะเธอสวยมาก มันทำให้ฉันเข้าใจชีวิต ฉันต้องการจดจำมันไว้ ฉันจะไม่โชว์รูปนั่นต่อทุกคน มันสำหรับฉันคนเดียว มันเป็นจังหวะที่ศักดิ์สิทธิ์มาก แม่ที่เคยเรียบร้อยของฉัน ผู้ไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน ได้ทำไปแล้ว ความยากลำบากของแม่ลูกที่เราเคยพบเจอมา มันหายไปหมด ไม่มีแม่ของฉันอีกต่อไป มีแค่ Madje ที่เป็นตัวของเธอเอง

การสูญเสียความจำเป็นสิ่งที่น่าเศร้าแต่มันก็เป็นของขวัญด้วย มันช่วยให้เราฉลองกับตัวเองได้ และเป็นคนกล้า ฉันปลื้มมากสำหรับรูปนี้แต่ที่สำคัญกว่านั้น ประสปการณ์และความทรงจำมันทิ้งฉันไว้ —Maggie Steber

Jimmy Chin, กับการเดินทางที่ Chang Tang , 2002

ผมถ่ายรูป Galen Rowell นี้ ไว้ในปี 2002 กับ การเดินทาง ไปยัง Chang Tang ในธิเบต ครั้งแรกในฐานะช่างภาพ National Geographic ไปกับ Galen, Rick Ridgeway, และ Conrad Anker ครับ Galen เป็นฮีโร่ในดวงใจผมเลย ผมไม่เคยคิดว่าผมจะได้ทำงานร่วมกับเขา น้อยคนนักที่ได้เดินทางไปกับเขา เราใช้เวลาเป็นเดือนในการตามหา Chiru (สัตว์ในทิเบต) และเราก็ได้ค้นพบถิ่นฐานของมัน ที่ซึ่งเราอยากจะถ่ายทำและ ปกป้องมันจากนักล่าสัตว์ เราเหน็ดเหนื่อยจากการลากรถสามล้อที่หนัก 200 ปอนด์ มาเป็นเวลา 300 ไมล์ ทีความสูงกว่า 17,000 ฟุต เมื่อดูในแผนที่ เรายังคงมีอีก 100 ไมล์ที่จะไปต่อยัง เขา Kun Lun ขณะนั้น Galen ได้มองถูกเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น และพูดออกมาว่า “ไปปีนเขากันเถอะ !!”  ผมคิดว่าผมฟังผิด แต่ไม่ใช่  เราเปลี่ยนเส้นทางและมุ่งไปยังเขาลูกใหญ่ ที่ยังไม่มีการปีนมาก่อน สูงกว่า 20,000 ฟุต หลังจาก สองวันในการปีน เราก็อยู่ส่วนบนสุด ผมก็เห็น Galen ปีนขึ้นมาอีกทาง ผมรีบถ่ายรูปนี้อย่างรวดเร็ว เราปียภูเขาขึ้นมาได้ ตั้งชื่อมันว่า Chiru Peak

น่าเศร้านัก ที่ Galen ได้จากเราไปหลังจากนั้นสองเดือนด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ผมได้เสียที่ปรึกษาและเพื่อนใหม่ของผมไป National Geographic เลยใช้ภาพนี้เป็นการสรรเสริญเขา และมันเป็นครั้งแรกที่ภาพผมได้ลง Magazine ผมรู้สึกชอภาพนี้ เหมือนมันเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขาให้ผมมา มันน่าเศร้าที่ Galen ไม่เคยได้เห็นเรื่องราว หรือ รูปของผมลงในนิตรยสาร แต่ในการเดินทางครั้งนั้น ช่วงเวลาที่ผมและ Galenได้เดินทางด้วยกัน และภาพนี้ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงในอาชีพผมอย่างมาก มันเป็นสิ่งที่ผมต้องขอบคุณ – Jimmy Chin

ติดตามภาคจบ คลิ๊กที่นี่

Credits: nationalGeographic