10 อย่างเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ที่ไม่มีใครบอกมือใหม่

ทุกครั้งที่คุณอ่านบทความ หรือหนังสือต่างๆ จะมีเรื่องใหม่ๆที่น่าสนใจให้เรียนรู้ เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ โปรแกรมต่างๆก็พัฒนาขึ้น ขีดจำกัดของเราขยายขึ้นไปเรื่อยๆราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด แต่ยังมีบางสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ หากเจอคนสอนที่ดีก็ดีไป แต่คนสอนบางคนคิดว่าเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว เลยไม่ได้สอน

Stacey Hill ได้รวบรวม 10 อย่างเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ที่มือใหม่ไม่ค่อยรู้มาฝาก

1. การถ่ายภาพเป็นเรื่องยากที่จะเรียนรู้

กล้องของคุณถูกพัฒนาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถปรับ ตั้งค่าได้หลากหลาย อย่างที่คุณเห็นว่ามีหลายปุ่ม หลายเมนู ทางที่ดีคุณต้องเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมันเพื่อสร้างภาพของคุณออกมาได้ดีและสะดวก
นอกจากเรื่องกล้องแล้วจะมีพวกองค์ประกอบศิลป์ สมมาตร สมดุล อารมณ์ภาพ การเล่าเรื่อง ต้องเรียนรู้ทั้งทางเทคนิคและศิลป์

การที่คุณมีมีดชุดของเชฟระดับภัตตาคารไม่ได้ทำให้คุณเป็นเชฟขึ้นมาได้ทันที ฉันใด การซื้อกล้อง DSLR และเลนส์มา ราคาเหยียบแสนก็ไม่ได้ช่วยให้คุณเป็นช่างภาพทันที ฉันนั้น
กล้องเป็นเครื่องมือที่ต้องใช้เวลาศึกษากันนาน ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าคุณไม่มีเวลาศึกษา อ่านหนังสือ อ่านบทความ ดูวีดีโอ และออกไปถ่ายรูป การพัฒนาฝีมือการถ่ายนั้นเป็นไปได้ยาก

2. การถ่ายภาพเป็นบทเรียนราคาแพง

ราคาแพงที่นี้มาถึงราคาจริงๆ กล้องและเลนส์ เป็นสิ่งจำเป็น กระเป๋ากล้องก็ต้องใช้เก็บอุปกรณ์ ขาตั้งก็จำเป็นต้องใช้เพื่อให้กล้องนิ่ง ฟิลเตอร์อีกหลายๆชนิด ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้น รีโมทชัตเตอร์ แฟลช สิ่งเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น และหากคุณต้องออกเดินทาง ยังมีชุดเสื้อผ้าเฉพาะอีก เช่นชุดกันหนาว ชุดปีนเขา ค่าเดินทาง ค่าเช้าชม ค่าประกัน นี่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้หากอยู่ในวงการนี้ไปเรื่อยๆ
ถามว่ากล้องตัวละหมื่นและเลนส์ Kit ให้ภาพสวยๆได้ไหม ได้ครับ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ คุณจะรู้ข้อจำกัดของมันและจะหาอุปกรณ์ดีๆมาทดแทนไปเรื่อยๆ

3. อุปกรณ์มันหนัก

หากคุณต้องการกล้องระดับ DSLR และมีเลนส์อีกสองสามตัวแล้วละก็ ทำใจเรื่องน้ำหนักไว้เลย อย่างน้อยก็ 5 กก. ยิ่งมีอุปกรณ์มากก็ต้องยิ่งแบกมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ mirrorless กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งกล้องและเลนส์นั้นเล็กและเบากว่ามาก

4. มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม

เลนส์ยาวๆ หรือ เทเลนั้นเหมาะกับการถ่ายนก,สัตว์ป่า,ถ่ายกีฬา อุปกรณ์บางอย่างก็เหมาะกับถ่ายดาวโดยเฉพาะ หากถ่ายระยะใกล้มากๆ ก็จำเป็นต้องใช้เลนส์มาโครหรือ อุปกรณ์เสริม ถ่ายภาพคนในสตูดิโอก็ต้องใช้ Softbox และอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง ขาตั้ง ฟิลเตอร์ และอื่นๆอีกมาก ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่าง  ดังนั้นการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญมาก

5. อุปกรณ์ไม่ใช่ทุกอย่าง

การจัดองค์ประกอบ, การวางเฟรม, ความคิดสร้างสรรค์, การถ่ายทอดเรื่องราว ฯลฯ ทักษะเหล่านี้ช่างภาพควรมีไม่ว่าจะถ่ายด้วยมือถือหรือกล้อง DSLR ตัวใหม่ล่าสุด แต่หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่รู้จักแสง จัดองค์ประกอบไม่เป็น ภาพของคุณอาจขาดส่วนผสมที่สำคัญไป การอยู่ถูกที่ ถูกเวลา การไปยังที่สวยๆ ยอมปีนเขาเพื่อหามุมสวยๆ ยอมขับรถเป็นชั่วโมง เพื่อหาสถานที่ดีๆ ที่จะถ่ายรูป จะเห็นได้ว่านอกจากอุปกรณ์แล้วมีอีกหลายอย่างที่ทำให้ภาพออกมาน่าสนใจ อุปกรณ์ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ แต่มันไม่ใช่ทุกอย่าง

6. ใช้เวลานานกว่าจะเก่ง

ครั้งแรกเมื่อคุณได้กล้องคุณตื่นเต้นกับมัน และสนุกกับการถ่ายภาพ คุณอาจถ่ายหลายภาพต่อวัน อาจมีบ้างที่คิดผิดหวังเมื่อดูภาพถ่ายตัวเอง เปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในโลกออนไลน์ สุดท้ายคุณอาจล้มเลิกไป ด้วยเหตุผลที่ว่ามันยากไป คุณอาจต้องศึกษาเพิ่มเติม อ่านหนังสือ อ่านบทความ เข้าร่วมกลุ่มภ่ายภาพต่างๆ เข้าคอร์สเรียน ศึกษาจากคนที่เก่ง เข้า Workshop สิ่งเหล่านี้ช่วยได้
Malcolm Gladwell กล่าวว่า คุณต้องใช้เวลา 10,000 ชั่วโมงในการเป็นผู้เชียวชาญทางด้านใดด้านหนึ่ง หากตัดเวลาที่ใช้นอน ทำงาน อยู่กับเพื่อน ครอบครัวแล้ว นั่นหมายความว่าใช้เวลาเป็นปีเพื่อที่จะเก่งระดับมืออาชีพ

7. โลกโซเชียลไม่ใช่เพื่อนแท้ของคุณ

เมื่อคุณเริ่มถ่ายภาพลงโซเชียล เพื่อนๆและครอบครัวคุณจะมากดถูกใจ ภาพคุณ เพราะพวกเขาชอบคุณอยากให้กำลังใจคุณ ปัญหาอีกอย่างคือหากเพื่อนในโลกโซเชียลส่วนใหญ่ไม่ใช่ช่างภาพ พวกเขาไม่สามารถแนะนำเทคนิคอะไรให้คุณได้ หรือบางคนอาจเป็นแต่เกรงใจไม่อยากวิจารณ์ภาพของคุณ
ทางแก้คือ ลองเข้ากลุ่ม หรือสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพอื่นๆ บางที่มีคนมาวิจารณ์ภาพให้ บางที่ไม่มีใครรู้จักเรา เมื่อเราอัพภาพก็ไม่มีคนมาถูกใจ ทำให้เราสามารถวัดได้ระดับหนึ่ง สิ่งสำคัญคือคุณต้องยอมรับความจริงให้ได้แค่นั้นเอง

8. เมื่อคุณอยากได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้น คุณต้องตื่นก่อนจะเห็นพระอาทิตย์

มันฟังดูง่ายๆ และหลายคนคิดว่าสบาย ฉันทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากคือ เมื่อนาฬิกาปลุกตอนตีสี่ขณะที่คุณอยู่บนเตียงนุ่มๆ อุ่นสบาย และอากาศข้างนอกนั้นหนาวและมืดมาก บวกกับประสปการณ์ที่เคยตื่นเช้ามากๆแล้วไปเจอแต่แสงแย่ๆ หรือเส้นทางลำบากที่ต้องปีนป่ายขึ้นไป ปัจจัยเหล่านี้มันทำให้ยากต่อการลุกขึ้นจากเตียง

9. การแต่งภาพเป็นแค่เครื่องมือ

หากคุณถ่าย file raw มาคุณจำเป็นต้องมาปรับแต่งภาพด้วยโปรแกรมบางโปรแกรม มีหลายโปรแกรมที่นิยมกันเช่น Photoshop, Lightroom, onOne, DXO, Capture One และอีกมากมาย บางคนชอบจบหลังกล้อง ก็จะถ่ายไฟลืเป็น JPG แทน
เมื่อคุณเลือกที่จะถ่าย Raw แล้วมาแต่งภาพ นั่นหมายถึงคุณต้องศึกษาการใช้งานโปรแกรมนั้นๆ ก็เหมือนกับการถ่ายภาพ ที่ไม่ได้เรียนรู้กันง่ายๆ แต่เมื่อคุณศึกษามันผลลัพธ์ที่ได้มันก็คุ้มค่า แต่ละภาพไม่จำเป็นต้องแต่งเป็นชั่วโมงๆ มีสิ่งที่เรียกว่า preset หรือ action ช่วยให้การแต่งภาพหลายๆภาพภายในครั้งเดียว อาจใช้เวลา 1-2 นาทีในการแต่งภาพทั้งหมดของคุณ

10. คุณเป็นผู้ตามแฟนชั่นหรือเปล่า

ในการถ่ายภาพทุกวันนี้มีการใช้เทคนิคและรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ภาพออกมาดูสวย และแปลกตา เช่น การถ่าย Long Exposure น้ำตกนุ่มๆ เส้นแสง, ถ่ายดาว, HDR  และเทคนิคพิเศษ อื่นๆอีกมาก การถ่ายพวกนี้จำเป็นต้องใช้ทักษะและประสปการณ์
มันง่ายที่จะทำตามที่คนอื่นทำ คุณเคยเดินทางไปสถานที่สวยๆ และยืนจุดเดียวกับช่างภาพคนอื่นๆ และถ่ายออกมาได้เหมือนกับภาพช่างภาพอื่นๆนับพันที่เคยถ่ายไว้ไหม ถ้าคุณมีเวลาพอ ลองเดินสำรวจหาจุดอื่นๆ เพื่อได้ภาพมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง

อย่ากลัวที่จะลองสิ่งที่แตกต่าง ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้แน่ใจว่าคุณจะได้ภาพที่ทำให้คุณมีความสุขเมื่อมันไปอยู่ใน portfolio ของคุณ

credits: Stacey Hill | dps

208,142FansLike
1,364FollowersFollow
651FollowersFollow
3,820SubscribersSubscribe

Related articles