4 วิธีที่ใช้ตัดสินใจว่าทำภาพขาวดำ ได้หรือไม่

บางคนชอบแต่ภาพสีไม่ชอบขาวดำ และบางคนก็เน้นขาวดำไม่ชอบสี  แต่มีหลายคนที่ไม่หนักไปทางไหน และไม่รู้ว่าภาพของตัวเองควรถ่ายหรือแต่งเป็นขาวดำดีไหม วันนี้มี 4 วิธีง่ายๆที่ช่วยตัดสินใจว่าควรทำเป็นขาวดำหรือไม่ ลองไปดูกันครับ

1) ดูว่าสีส่งผลกระทบกับคนดูมากหรือไม่

ฟังเหมือนง่าย แต่ไม่เสมอไป มันเป็นเรื่องไม่แน่นอน บางครั้งก็ช่วยให้ภาพดูน่าสนใจขึ้น แต่บางครั้งก็ลดความดึงดูดและน่าสนใจไป ต้องถามตัวคุณเองว่าภาพนี้จำเป็นต้องใช้สีเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจขึ้นไหม หรือ มีอย่างอื่นที่สามารถเน้นเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น อย่างเช่นรุ้งหากทำเป็นขาวดำก็ทำให้ดูน่าสนใจน้อยลง ผมไม่ได้บอกว่าอะไรที่มีสีสันมากๆ จะเป็นรูปขาวดำที่ดีไม่ได้ แต่ส่วนมาก อะไรที่มีสีสันดึงดูดสายตาอยู่แล้วก็ควรจะเก็บมันไว้เป็นภาพสีต่อไป

Silhouetteภาพนี้ไม่มีอะไรที่จะสื่อเรื่องสี หรือสีไม่ได้ดึงดูดสายตานัก ดังนั้นผมเลยใช้แสงจากด้านหลังเยอะๆ เพื่อสร้างความเปรียบต่างของแสงให้กับวัตถุ

Two Giraffes

และภาพนี้สีก็ไม่ได้ดึงดูดใจมากนึก แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำเราจะเห็น pattern ที่เป็นลายของยีราฟได้ชัดขึ้น

2) มีแสงหรือ ความต่างของแสงที่น่าสนใจไหม

นี่อาจยากสำหรับช่างภาพมือใหม่ซักหน่อย เพราะต้องอาศัยทักษะที่เรียกว่า  pre-visualization ซักหน่อย

เมื่อคุณทำสีให้เป็นขาวดำแล้ว สีสันก็หายไปเหลือแต่ความต่างของโทนสี แสงสว่างและความมืด และความต่างของส่วนที่มืดและสว่าง หรือคอนทราสที่น่าสนใจ ช่วยให้เกิดภาพขาวดำที่น่าสนใจด้วย

 

Plant Leaf

ภาพนี้ใช้แฟลชดวงนึงยิงมาจากด้านหลังใบไม้ เพื่อเพิ่ม contrasts และ รายละเอียดพื้นผิวของใบไม้

3) มีพื้นผิวที่น่าสนใจหรือไม่

เมื่อพูดถึงพื้นผิวหรือ textures มันเป็นเรื่องกายภาพสังเกตุได้ง่าย และสามารถรับรู้ความรู้สึกได้จากพื้นผิว และภาพขาวดำจะทำให้เรารับรู้พื้นผิวได้ชัดขึ้นเพราะไม่ถูกดึงดูความสนใจในเรื่องสี  ตัวอย่างพื้นผิวที่ใช้ได้ดีในภาพขาวดำเช่น เนื้อไม้ หิน เหล็ก ผิวหนังคน หรือแม้แต่พืชพันธุ์ต่างๆ

แสงตรงๆที่มาจากด้านข้างนั้นจะช่วยเน้นพื้นผิวได้ดี

Hands

4) คุณอยากสร้างอารมณ์แบบไหน

พูดถึงอารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพถนนที่เยือกเย็นพร้อมฝนพรำ หรือความอบอุ่นเมื่อดวงอาทิตย์กำลังตก ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนภาพขาวดำก็สามารถสื่ออารมณ์ต่างๆได้ในภาพของคุณ และเป็นที่ยอมรับว่าภาพขาวดำมักให้อารมณ์ออกแนว Dark เยอกเย็น อึมครึม กับภาพ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เหมาะสำหรับภาพในแง่บวก ลองเปลี่ยนภาพ Landscape เป็นขาวดำดูและดูว่าความรู้สึกเราเปลี่ยนไปอย่างไร และทดลองขาวดำกับภาพ Portrait ดู จากนั้นก็สัมผัสถึงอารมณ์ความแตกต่างของทั้งสองแบบ

ภาพนี้เป็นวันที่อากาศร้อนในบอสตัน มีความต่างของแสงเยอะ แม้ว่าฟ้าจะสดใส แต่ผมก็ยังคงถ่ายขาวดำเพราะ ผมรู้สึกดีกว่า และมันตรงกับอะไรที่มันอยู่ในใจผมมากกว่า

Boston Common

หากคุณสนใจเกี่ยวกับการถ่ายขาวดำ ผมว่าคุณควรจะรู้ความต่างของ Monochrome, Grayscale และ ฺBlack and white

Monochrome

คือใช้สีๆเดียวในภาพ(มีหลายshades ได้) มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาพขาวดำ จริงๆแล้วเป็นภาพสีอะไรก็ได้เพียงสีเดียว และโทน sepia เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับภาพประเภทนี้

นี่เป็นตัวอย่าง monochrome ที่ไม่ใช่ภาพขาวดำ

Sepia Waterfall (2)

Grayscale

เป็นอีกอย่างที่คนเอาไปปนๆกับขาวดำ จริงๆแล้วจะพูดว่าเป็นขาวดำก็ไม่ผิดไปทั้งหมด ภาพgrayscale นั้นใช้แค่เฉดสีของสีเทา ภาพแบบนี้ดูไม่ค่อยน่าสนใจได้ง่าย หากไม่แต่งเพิ่มเติม ลองดูภาพตัวอย่างด้านล่าง

Grayscale

ภาพขาวดำจริงๆ (True Black and white)

อย่างที่บอกไปแล้วว่าภาพขาวดำเป็นหนึ่งใน Monochrome แต่ไม่ใช่ว่าทุกภาพที่เป็น Monochrome จะเป็นขาวดำด้วย ภาพขาวดำจะใช้สีขาวและดำในการทำภาพ และมีโทนสีเทาผสม นี่เป็นภาพเดิมจากด้านบน แต่แต่งภาพเพื่อให้เข้าใกล้ความเป็นภาพขาวดำมากขึ้น จะเห็นโทนสีมากขึ้น และดูน่าสนใจขึ้น

True BW

หวังว่าผู้อ่านคงได้ความรู้ และสนใจการถ่ายภาพขาวดำมากขึ้นนะครับ

credits: Adam [email protected]

204,710FansLike
1,201FollowersFollow
660FollowersFollow
3,820SubscribersSubscribe

เป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างไร? ฉบับ Infographic เข้าใจง่าย

ช่างภาพมืออาชีพหลายคน มาจากหลายเส้นทางที่ต่างกัน แต่มีหลายๆอย่างที่คล้ายกัน และวันนี้มี infographic แบบเข้าใจง่าย ที่ทำโดย Robert Sail มาให้ดูกันครับ อย่างแรกคุณต้องตัดสินใจก่อนว่าคุณจะเป็นช่างภาพมืออาชีพสายไหน และพัฒนาฝีมือ และ portfolio ของคุณ ลงทุนกับการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียน workshops อ่านเว็บหาความรู้ อ่านหนังสือ ฯลฯ จากนั้นก็เรียนรู้พื้นฐานการถ่ายภาพได้แก่ เรื่องชัดลึกชัดตื้น ,ISO, ความเร็วชัตเตอร์, การจัดองค์ประกอบ, แฟลช และเรียนรู้อย่างอื่นเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น...

โรคหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ คืออะไรกัน และช่วยในการถ่ายภาพอย่างไร ?

ผมได้ไปอ่านบทความหนึ่งที่น่าสนใจของ neoprime เกี่ยวกับโรคที่หลีกเลี่ยงอุปกรณ์กล้อง ซึ่งมันช่วยให้การถ่ายภาพของคุณดีขึ้นได้อย่างไร ลองตามมาอ่านกันดูครับ GAS, หรือชื่อเต็มที่เรียกว่า  Gear Acquisition Syndrome แปลเป็นไทยประมาณว่า โรคที่อยากครอบครองอุปกรณ์ หรือหลายคนเรียกว่า "บ้าอุปกรณ์" ซึ่งเจอบ่อยมาในเหล่าช่างภาพ อาการคือเมื่อมีอุปกรณ์ใหม่ๆมา ก็อดรน ทนไม่ได้ที่จะไขว่ขว้ามาครอง เพื่อ อัพเกรด ของที่มีอยู่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า  option เยอะกว่า โดยมีความเชื่อว่าจะได้รูปที่ดีกว่า แต่คุณเคยคิดในด้านตรงกันข้ามของโรคนี้ไหม นั่นคือ Gear Avoidance...

10 เทคนิค การถ่ายรูปขายออนไลน์ จากช่างภาพ Stock มืออาชีพ

ในปัจจุบันช่างภาพไทยหลายคนนิยมขายภาพตัวเองผ่านอินเตอร์เน็ต บางคนก็ขายดิบขายดี แต่บางคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรูปเราขายไม่ออก วันนี้มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากช่างภาพ microstock มืออาชีพ Cristian Negroni มาฝากกัน 1) ศิลปะ และการค้า การถ่ายรูปเป็นศิลปะ แต่ถ้าพูดถึงการถ่าย Stock Photo  บางครั้งเราก็ควรจะเลือกที่มันนำไปใช้ทางการค้าได้ ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดคือ ช่างภาพหลายคนชอบที่ถ่ายผู้หญิงสวยๆในท่าโพสแบบแฟชั่น เพราะมันดูอาร์ต แต่ในการถ่าย Stock การถ่าย ท่าธรรมดาหรือที่เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน จะขายได้มากกว่า เพราะ นำไปใช้ได้มากกว่า แบบแฟชั่น 2) ทำตัวเหมือนกระจก กระจกไม่ได้ยึดติดกับสิ่งได้ที่ผ่านเข้ามา และไม่ได้ปฏิเสธสิ่งอื่นๆเช่นกัน...

ทิป 10 ข้อ ที่ทำให้คุณเป็นนักถ่ายรูปที่ดีขึ้น

ผมได้มีโอกาสอ่านทิปของนายStephanie Huynh แล้วคิดว่ามีประโยชน์ จึงขอมาบอกต่อนะครับ 1) รอก่อน อย่าเพิ่งรีบดูภาพของคุณ หลายครั้ง หลังจากคุณถ่ายภาพคุณก็มองภาพของคุณและไปปรับแต่งภาพด้วยความกระวนกระวาย รีบร้อน บางครั้งคุณก็อยู่ในอารมณ์ที่มีผลกระทบต่อการมองรูป หรือ การที่เพิ่งถ่ายเสร็จแล้วมองรูปเลย คุณอาจมีความคิดเข้าข้างตัวเอง คุณควรรอซักสองสามวัน แล้วมาดูรูปคุณอีกที การรอเพื่อที่จะมาดูภาพนั้นช่วยลด การเข้าข้างตัวเองของคุณได้ 2) ลบเฉพาะรูปที่แย่มากจริงๆ มีช่างภาพหลายคนจะเถียงว่า ลบทำไม อนาคต โปรแกรมแต่งภาพจะดีขึ้น และจะช่วยจัดการภาพเบลอ ภาพเสียๆ ได้ ตรงนี้มันแล้วแต่คุณครับ แต่ผมพูดถถึงภาพที่แย่เอามากๆ ส่วนภาพที่คุณคิดว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นั้น ก่อนจะลบ ก็ขอให้พิจารณาซักนิด ผมพบว่าภาพที่ผมเคยทำเครื่องหมายกากบาทบนโปรแกรม Lightroom จริงๆแล้วมันน่าสนใจนะ...

4 วิธีที่ใช้ตัดสินใจว่าทำภาพขาวดำ ได้หรือไม่

บางคนชอบแต่ภาพสีไม่ชอบขาวดำ และบางคนก็เน้นขาวดำไม่ชอบสี  แต่มีหลายคนที่ไม่หนักไปทางไหน และไม่รู้ว่าภาพของตัวเองควรถ่ายหรือแต่งเป็นขาวดำดีไหม วันนี้มี 4 วิธีง่ายๆที่ช่วยตัดสินใจว่าควรทำเป็นขาวดำหรือไม่ ลองไปดูกันครับ 1) ดูว่าสีส่งผลกระทบกับคนดูมากหรือไม่ ฟังเหมือนง่าย แต่ไม่เสมอไป มันเป็นเรื่องไม่แน่นอน บางครั้งก็ช่วยให้ภาพดูน่าสนใจขึ้น แต่บางครั้งก็ลดความดึงดูดและน่าสนใจไป ต้องถามตัวคุณเองว่าภาพนี้จำเป็นต้องใช้สีเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจขึ้นไหม หรือ มีอย่างอื่นที่สามารถเน้นเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น อย่างเช่นรุ้งหากทำเป็นขาวดำก็ทำให้ดูน่าสนใจน้อยลง ผมไม่ได้บอกว่าอะไรที่มีสีสันมากๆ จะเป็นรูปขาวดำที่ดีไม่ได้ แต่ส่วนมาก อะไรที่มีสีสันดึงดูดสายตาอยู่แล้วก็ควรจะเก็บมันไว้เป็นภาพสีต่อไป ภาพนี้ไม่มีอะไรที่จะสื่อเรื่องสี หรือสีไม่ได้ดึงดูดสายตานัก ดังนั้นผมเลยใช้แสงจากด้านหลังเยอะๆ เพื่อสร้างความเปรียบต่างของแสงให้กับวัตถุ และภาพนี้สีก็ไม่ได้ดึงดูดใจมากนึก...

Related articles