ช่างภาพ 6 ประเภท คุณคือประเภทไหน?

ประเภทช่างภาพ

ในคืนหนึ่งได้นั่งคุยกับคนเล่นกล้อง ที่เราเรียกตัวเราเองว่าช่างภาพ เราถ่ายสิ่งที่เราชอบ ซึ่งเมื่อดูภาพของแต่ละคนก็มีความต่างกัน มีการแบ่งประเภทของการถ่ายภาพจาก อะไรที่เราถ่ายเช่น ข่าว, นู้ด, สัตว์ป่า, เซลฟี่ หรือแบ่งตามสไตล์ ขาวดำ, นามธรรม, พาโนรามา แต่สิ่งที่เราจะแบ่งประเภทในบทความนี้ก็คือ กิจกรรมและพฤติกรรมในการถ่าย ซึ่งแบ่งเป็น 6 ประเภท

1.นักล่า

สนุกที่จะค้นหาช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ องค์ประกอบที่เป๊ะๆ ชอบถ่ายแคนดิด บางครั้งอาจตลก มีความอยากรู้อยากเห็น และมีเสน่ห์น่าค้นหา ช่างภาพประเภทนี้ไม่ชอบที่จะบอกว่า “เอ้า ยิ้ม” หรือ “มองกล้องนะครับ” และส่วนใหญ่ไม่ค่อยเน้นแต่งภาพมาก ปรับแค่ ครอปภาพและแสงสีเล็กน้อย มักจะเป็นช่างภาพสตรีท และแคนดิด

ตัวอย่างช่างภาพนักล่า Henri Cartier-Bresson, Andre Kertesz, Elliott Erwitt, Magnum photojournalists

ประเภทช่างภาพ
ถ่ายโดย Giuseppe Milo

2.ผู้สั่งการ

เป็นช่างภาพที่สั่งและควบคุม Subject ที่จะถ่าย ควบคุมแสงและปัจจัยต่างๆ เป็นเหมือนผู้กำกับ ที่จะทำให้ภาพในเฟรมนั้นสมบูรณ์แบบ มีการตกแต่งภาพ แต่ไม่ได้มากถึงขั้นย้ายโน่นย้ายนี่ ส่วนใหญ่จะทำงานในสตูดิโอ หรือออกข้างนอกบ้าง เป็นช่างภาพมืออาชีพที่ถูกจ้างมากให้ถ่ายโปรเจคหนึ่งหรืออาจเป็นช่างภาพถ่ายสินค้า

ตัวอย่างช่างภาพผู้สั่งการ Annie Leibovitz, Irving Penn, Karsh, Nigel Barker.

ประเภทช่างภาพ
ถ่ายโดย Ricardo Velarde

3. ช่างภาพสปอร์ต

มีความคล้ายช่างภาพนักล่า แต่งานที่จะถ่ายมีความลงทุนลงแรงมากกว่า จริงจังกว่า อาจถ่ายสัตว์ป่า ที่ต้องลงทุนเข้าไปในป่า ถ่ายกีฬา หรือภาพข่าว ต้องการความอดทนสูงและได้รับรางวัลเป็นครั้งคราว เขารู้จักรอ รู้จักการวางแผน เพื่อสิ่งที่หายากมาอยู่ในภาพของเขา

ตัวอย่างช่างภาพผู้สั่งการ Frans Lanting, Neil Leifer.

ประเภทช่างภาพ
ถ่ายโดย Tom Koerner/USFWS

4. นักวาดภาพ

ภาพถ่ายเป็นเพียงวัตถุดิบบางส่วนของงานเขา เป็นวัตถุดิบหนึ่งในอีกหลายวัตถุดิบสำหรับการสร้างสรรค์งาน ต้องมาเพิ่ม เติม ตัด ต่อ ช่างภาพประเภทนี้มีการตกแต่งภาพมาก อาจเป็นช่างภาพที่เน้นถ่ายแนวเหนือจริง เป็นต้น

ตัวอย่างช่างภาพนักวาดภาพ Jerry Uelsmann, Maggie Taylor, Russell Brown

ประเภทช่างภาพ
ถ่ายโดย Nimra Khalid

5.นักสำรวจ

คล้ายๆนักล่า แต่ถ่ายสิ่งที่ไม่เคลื่อนไหว และไม่สามารถควบคุมสั่งการได้ ชอบมองหาสถานที่ใหม่ๆ หามุมมองใหม่ๆ ชอบล่าแสง มีเวลาที่จะรอเวลาที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่มักจะเป็นช่างภาพ Landscape, architecture, still-lifes เป็นต้น

ตัวอย่างช่างภาพนักสำรวจ Eugene Atget, Berenice Abbott, Ansel Adams.

ประเภทช่างภาพ
ถ่ายโดย Luca Bravo

6. ช่างภาพไร้กฏ

ถ่ายตามอารมณ์ กฏสามส่วนอะไร เส้นนำสายตาอะไรช่างมัน ไม่จัดองค์ประกอบอะไรทั้งนั้น หรือถ้าจะจัดก็ไม่มีในตำราไหน บ่อยครั้งอาจเห็นเป็นภาพเบลอๆ แสงเกิน ไฮไลท์หลุด มักจะเป็นช่างภาพฮิปสเตอร์

ตัวอย่างช่างภาพนักสำรวจ Garry Winogrand

ประเภทช่างภาพ

ถ่ายโดย Alessandro Galantucci

ช่างภาพทั้งหมดนี้จะถ่ายภาพจระเข้ที่ดีได้ทั้งหมด ช่างภาพนักล่าจะถ่ายซัก 2-3 รูปขณะที่เดินไปตามทะเลสาบ, ช่างภาพสปอร์ตอาจตั้งแคมป์เป็นอาทิตย์ เพื่อให้ได้ภาพจังหวะที่ดีที่สุด อาจล่าสัตว์อื่นอยู่ในขณะที่ดวงอาทิตย์ตก, ช่างภาพนักวาดเก็บภาพจระเข้เดิน และใช้เวลาหลายขั่วโมงในการเพิ่มนก เต่า ดวงอาทิตย์ตกเพื่อให้ภาพดูน่าสนใจ ช่างภาพผู้สั่งการอาจจ้าง ผู้ดูแลจระเข้เพื่อให้จระข้เปิดปาก และมีผู้ช่วย 3 คน ถือไฟและ รีเฟรกเตอร์ เพื่อให้ภาพดูดีที่สุด

แม้ว่ากล้องตัวเดียวกัน ถ่ายอย่างเดียวกัน แต่สิ่งที่จะนำเสนอต่างกัน อาจมีช่างภาพที่มีหลายประเภทในคนเดียวกัน แต่จะมีกิจกรรมบางอย่างที่เหมาะกับเรา ช่างภาพนักล่าอาจชอบความเป็นธรรมชาติ เน้นโชคด้วย แต่ ผู้สั่งการไม่ใช่ ช่างภาพสปอร์ตสามารถรอได้นาน และช่างภาพไร้กฏไม่ใช่

แล้วเพื่อนๆละคิดว่าเป็นช่างภาพแบบไหน

คุณเป็นช่างภาพแบบไหน

credits: Michael Rubin, petapixel

204,284FansLike
1,133FollowersFollow
653FollowersFollow
3,810SubscribersSubscribe

การเลือกหน้าจอสำหรับการแต่งภาพ

ช่างภาพบางคนคิดแล้วคิดอีกเรื่องการซื้อกล้อง และเลนส์ราคาแพงๆ แต่สำหรับหน้าจอแล้วมักจะไม่ค่อยใส่ใจในการเลือกซื้อซักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะคิดว่ามันคงเหมือนๆกันหมด บ้างก็คิดว่ามันต่างกันที่ขนาด บทความที่ผมจะแปลวันนี้ จะช่วยให้คุณรู้ว่าเวลาเลือกซื้อจอ ควรดูอะไรบ้าง? และยิ่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่เห็นภาพจริงๆ ต้องดูสเปคอย่างไร มาติดตามกันเลยครับ Panel Technology ส่วนของ Panel คือส่วนของหน้าจอเลย จะมีเป็นชั้นๆหลายชั้น เช่น ชั้นโพลาไรซ์, พื้นผิวแก้ว, ชั้นคริสตัลเหลว (LCD) และตัวกรองสี จะแบ่งใหญ่ๆได้ 3 ประเภทดังนี้ TN Panels พาเนลประเภทนี้เจอบ่อยในเหล่าเกมเมอร์...

เข้าใจเรื่องแสงธรรมชาติกับการถ่ายรูป: ภาค 2 สีของแสง

แสงมีคุณสมบัติที่ต่างกันในแต่ละประเภท การเข้าใจมัน สามารถทำให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้น ใครยังไม่อ่านภาค 1 ตามไปอ่านกันก่อนที่ เข้าใจเรื่องแสงธรรมชาติกับการถ่ายรูป: ภาค 1 คุณภาพของแสง ในบทนี้เราจะพูดถึง สีมีผลต่อความรู้สึกคนดูอย่างไร เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของสีของแสงที่ผ่านไปในแต่ละวัน เข้าใจการผสมสีของแสงเพื่อสร้างความลึกให้ภาพ แบบทดสอบ Oded Wagenstein เป็นช่างภาพ Portraits จะยกตัวอย่างภาพบุคคลมาให้ดู แต่เนื้อหาสามารถประยุกต์ได้กับการถ่ายภาพสาขาต่างๆ สีกับเรื่องราวในภาพ สิ่งที่มองเห็นว่าเป็นสีนั้น แท้จริงแล้วเป็นการตีความของสมองเราที่เกิดจากการสะท้อนของแสงที่ลงบนวัตถุเข้าตาเราผ่านสมองและเส้นประสาท ในแง่ของจิตวิทยาของสี หลายคนคงรู้แล้วว่าสีมีผลต่อกระทบกับเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น จากรสชาติอาหารที่เรากิน, เรารู้สึกอย่างไรกับบรรจุภัณฑ์แบรนด์ใหม่ในห้าง...

40 วิธีที่ทำให้คุณถ่ายรูปได้ดีขึ้น (ภาคจบ)

ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ภาคแรก คลิ๊กที่นี่ เลยครับ มาต่อกันเลยครับ 21) ถ่ายด้วยความคิด แม้ว่าคุณไม่ได้ถ่ายภาพด้วยกล้องจริงๆ ขอให้ถ่ายด้วยความคิด ฝึกการสังเกต ทั้งภาพ ทั้งการจัดองค์ประกอบ ทั้งแสง ที่คุณเห็น ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่าถ้าถ่ายออกมาจริงๆ จะออกมาเป็นแบบไหนถึงจะสวย– Leah Robertson  22) คืนความสุขให้คนในภาพ จำไว้เสมอว่า หากคุณถ่ายรูปคน ในต่างประเทศ พวกเขาอาจโพสท่าให้คุณถ่ายรูปจนคุณพอใจ อย่างน้อยคุณควรจะให้อะไรกลับกับพวกเขาบ้าง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บ่อยครั้งที่ฉันกลับไปที่เดิม และนำรูปที่พิมพ์แล้วไปให้...

หลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วไป โดย Sornsak Sakbodin

หลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วไป ตามทฤษฎีหรือหลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วๆไปแล้ว ภาพจะต้องได้รับการจัดองค์ประกอบ หรือสร้าง composition ขึ้นมา และจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ หรือ subject ของภาพ ซึ่งจะเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับความตัองการของผู้ถ่าย แต่จะต้องชัดเจนว่าเป็นอะไร และในส่วนของการจัดภาพนั้น ก็จะประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆดังที่จะเอ่ยถึงต่อไป   เวลาที่ออกไปถ่ายภาพ หากเราสละเวลาเพียงนิดหน่อยมาคิดถึงสิ่งที่จะถ่าย ก็จะทำให้เราได้ภาพที่ดีกว่าการออกไปถ่ายโดยไม่คิดอะไรเลยอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เอ่ยถึงข้างล่างนี้ มักจะเป็นสิ่งที่เราจะเห็นในภาพที่ดีๆเสมอ บางหัวข้ออาจจะเห็นว่ามันทำหน้าที่คล้ายกัน แต่จะมาในลักษณะที่ต่างกัน Point of Interest...องค์ประกอบสำคัญของภาพ หรือจุดเด่นของภาพ...

วิธีการถ่าย โบเก้

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ ก่อน Bokeh รากศัพท์มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า เบลอ นั่นเอง โดยการถ่ายให้ได้โบเก้นั้น มีเหตุปัจจัยมาจากหลายอย่างดังนี้ 1) เลนส์ จริงๆ ทุกเลนส์สามารถสร้างโบเก้ได้ แต่ ที่ให้ผลดีกว่าคือ เลนส์ prime หรือเลนส์ ฟิกซ์ พร้อมด้วย รูรับแสงกว้างๆ เช่น f/1.4 และ 1.8 2) เลือกรูรับแสงกว้างๆ ยิ่งรูรับแสงยิ่งกว้าง...

Related articles