7 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย เมื่อหัดถ่าย Street

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา  James Maher ได้เจอช่างภาพ Street รุ่นใหม่ๆ และสังเกตข้อผิดพลาดของพวกเขา และนำมารวบรวม 7 ข้อหลักๆที่พบเห็น มาดูกันว่า 7 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย เมื่อหัดถ่าย Street ของมือใหม่มีอะไรบ้าง

1.คิดมากเกินไปขณะถ่าย

หากคุณกำลังอ่านบทความนี้ คุณทำถูกต้องแล้ว คุณควรจะอ่านบทความเกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อสอนตัวเอง เรียนรู้งานจากช่างภาพเก่งๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณออกไปถ่ายภาพ พยายามอย่าคิดมากเกินไป มีทิปและเทคนิคมากมาย คุณอาจต้องกังวลมากว่าจะได้ภาพแย่ๆมา อย่าไปกังวล เมื่อออกไปถ่ายจงสนุกกับมัน สำรวจ ใช้เวลาของคุณให้เต็มที่ ผ่อนคลาย มองและสังเกต ข้อดีคุณสามารถถ่ายตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ คุณอาจได้ภาพระหว่างทานมือเที่ยงอยู่ก็ได้ ยิ่งคุณทุ่มเทมากเท่าไรห่ คุณสามารถเป็นช่างภาพ Street ที่เก่งได้มากขึ้นเท่านั้น

2. แบกหนักไป

คุณอาจเห็นช่างภาพ Street ดังๆมากมาย สิ่งหนึ่งที่คุณสังเกตได้ คือพวกเขาพกกล้องขนาดที่ไม่ใหญ่เทอะทะ สามารถพกไปไหนได้ง่ายๆทุกที่ กล้องเล็กๆทุกวันนี้ความสามารถก็ไม่ได้ด้อยกว่ากล้องใหญ่มากนัก และมีช่างภาพ Street จาก iphone เยอะแยะ เช่นเดียวกัน

3. เร่งรีบ

ทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมที่เร่งรีบ ต้องรีบไปจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง นั่นเป็นสิ่งที่เลวร้ายในการถ่าย Street เพื่อที่จะได้ภาพออกมาดี คุณต้องช้าลง มองรอบๆ รอให้บางอย่างเกิดขึ้น รอด้วยกล้องของคุณ ให้มันมาหาคุณ และพร้อมที่จะเก็บภาพตลอดเวลา

4. ไม่ยืนอยู่ตรงกลางการกระทำ

หลายๆคนถ่ายผู้คนจากระยะไกล พวกเขาไม่เคยเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้น หยิบกล้องอย่างภาคภูมิใจ ยิ้ม และเดินเข้าไปตรงกลางเพื่อถ่ายรูป คุณอาจกลัว แต่การที่คุณถ่ายอยู่ไกลๆ เหมือนแอบถ่ายคนที่ถูกถ่ายอาจรู้ตัวและรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ได้  แต่การเดินเข้าไปตรงกลาง ยิ้มให้เขาเห็น พวกเขาจะคิดว่าไม่มีอะไร คุณไม่ได้ทำไรผิด

5. ไม่เอากกล้องไว้ที่ตามากพอ

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จังหวะดีๆ อาจเกิดขึ้นเพียงเสี่้ยววินาที พยายามมองผ่านช่องมองภาพบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ ช่างภาพมือใหม่หลายคนอายๆ ที่จะยกกล้องขึ้นมา มองผ่านช่องมองภาพ พยายามทำตัวให้สบายๆเมื่อมองผ่านช่องมองภาพ ลองไปยืนที่ที่ดูวุ่นวาย พร้อมยกกล้องมองช่องมองภาพตลอดเวลา แล้วคุณจะรู้สึกชินและผ่อนคลายเอง เมื่อคุณมองผ่านช่องมองภาพตลอดเวลา ก็มีโอกาสได้รูปที่ดีขึ้น และองค์ประกอบที่ดีขึ้น

อย่าเอากล้องออกจากตาเมื่อถ่ายคนนึงเสร็จแล้ว มันเป็นธรรมชาติของมือใหม่ เมื่อถ่ายเสร็จแล้วจะวางกล้องลง เมื่อถ่ายเสร็จก็เอากล้องไว้ที่ตาเหมือนเดิม อาจถ่ายด้านหลัง Subject เดิมอีกครั้งเมื่อเขาเดินจากไป หรืออาจเจอจังหวะดีๆอื่นๆทันทีก็ได้

6.โหมดปืนกล

ผู้คนเชื่อว่าหากถ่ายรัวๆมาซัก 10 รูป ที่ฉากเดียวกัน มันต้องได้ดีๆ ซักรูปแหละ  การยิงรัวๆนั้น ภาพที่ได้ส่วนมากจะออกมาไม่ดี คุณต้องมีภาพในหัวก่อนว่ามันจะออกมายังไง ดูจังหวะที่เกิดขึ้น ถ่ายมารูปเดียว ถ้าคุณพลาดยังมีครั้งหน้าเสมอ คุณต้องกล้าที่จะพลาด หากจังหวะหนึ่ง คุณถ่ายมา 10 ภาพ แล้วคุณจะไปนั่งหากภาพที่ perfect ไหวหรอ เปลืองทั้งเวลาและ ฮาร์ดดิสก์

7. แต่งภาพน้อยหรือมากเกินไป

ช่างภาพมือใหม่ส่วนใหญ่มีทั้งแต่งภาพน้อย และ มากเกินไป รวมไปถึงคัดภาพด้วย พวกเขาโชว์ภาพมากเกินไปและแต่งภาพมากเกินไป พยายามกวดขันกับตัวเอง คุณต้องการให้ผู้คนสนใจงานของคุณ แต่การโชว์ภาพเยอะเกินไปในครั้งเดียว พวกเขาจะไม่ดูทั้งหมดและคัดออกจากความสนใจ  หากคุณไม่คัดภาพมา ผู้ชมจะมานั่งคัดดูภาพ ซึ่งไม่ค่อยดีนัก พยายามใช้ระบบให้ดาวในการแต่งภาพ เพื่อเลือกรูป และอย่าให้ 5 ดาวเดือบทุกรูปล่ะ การแต่งภาพอาจแต่งพวก exposure, blacks and whites, vignettes, color temperature or black and white tones, contrast ช่างภาพมือใหม่บางคนพยายามตัดต่อ หรือใส่ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติเข้าไปในรูปด้วย หากแต่งมากเกินไป จะสูญเสีย “ความรู้สึกจริง” ไป

credits: dps

206,301FansLike
1,272FollowersFollow
654FollowersFollow
3,820SubscribersSubscribe

5 วิธี เรียนรู้ในการถ่ายภาพ

ศิลปินทุกคนล้วนเคยเป็นมือสมัครเล่นมาแล้วทั้งนั้น -Ralph Waldo Emerson ได้กล่าวไว้ แน่นอนว่าช่างภาพหลายท่านที่ถ่ายรูปออกมาดีนั้น แต่ละคนย่อมมีวิธีการเรียนรู้แตกต่างกัน บ้างก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง ด้วยการฝึกถ่ายไปเรื่อยๆ บ้างก็ก็อ่านหนังสือดูหนังสือภาพ บ้างก็ไปลงเรียน หรือรวมๆกัน ซึ่งไม่มีวิธีไหนดีที่สุด แต่จะมีวิธีที่เข้ากับเราได้มากที่สุด ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่ารูปแบบการเรียนรู้ของคุณเป็นแบบไหน ? มี 3 วิธีที่คุณสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คนส่วนใหญ่จะเป็นประเภทที่คละกันของรูปแบบเหล่านี้ A) การมอง คนเหล่านี้จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการมองเห็นบางสิ่ง การจำลอง การดูภาพ การสร้างแผนที่ความคิดในหัว การดูวิธีโอ อ่านหนังสือ อ่านบทความออนไลน์ จะเหมาะกับคนประเภทนี้ B) การฟัง คนเหล่านี้จะชอบฟัง เลคเชอร์...

การถ่ายภาพความเร็วสูง ฉบับพื้นฐาน ภาค 2

จากภาคแรก คงได้เข้าใจการถ่ายภาพความเร็วสูงกันพอสมควรแล้ว มาต่อกันเลยดีกว่า การตั้งค่ากล้อง สรุปดังนี้ โหมดกล้อง: Bulb รูรับแสง: f/11 – f/16 ISO: 100 – 400 โฟกัส: Manual ตั้งค่าแฟลชให้ใช้กำลังน้อยที่สุด ทำไมต้อง ตั้งค่าแฟลชให้ใช้กำลังน้อยที่สุด นั่นเพราะว่าแฟลชจะเปิดในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ถ้าคุณยิงแฟลชเต็มกำลังที่  1/1,000 และ ใช้กำลังแฟลช 1/128 มันจะสามารถจับภาพสิ่งที่ไวมากๆได้ถึง 1/35,000 วินาที ขั้นตอนการทำงาน ตั้งกล้องของคุณบนขาตั้งพร้อมสายชัตเตอร์ ตั้ง ISO ต่ำสุด และเพิ่มมันหากกำลังแฟลชไม่พอ...

รับรู้ถึงพลังของความเร็วชัตเตอร์ ในสองภาพนี้

ความเร็วชัตเตอร์เป็นสิ่งแรกๆที่คุณได้เรียนรู้เมื่อคุณหัดถ่ายภาพในช่วงแรกๆ การเรียนรู้ความเร็วชัตเตอร์ช่วยให้คุณได้ภาพคมชัด และได้แสงที่พอดี การเรียนรู้ถึงอารมณ์ภาพ และความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากความเร็วชัตเตอร์เป็นอีกสิ่งที่ควรรู้ คุณคงได้ยินเรื่อง long exposure มาบ้างแล้ว มันเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ได้ภาพดูน่าสนใจ ช่วยให้ภาพดูนุ่ม ช่วยให้ได้เมฆไหล น้ำนุ่มๆ หรือแม้แต่ถ่ายดาว เวลาผมถ่ายทะเล ผมจะทดลองใช้ ความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่หลักวินาทีจนถึงนาที ทดลองดูความเป็นไปได้หลายๆแบบ คุณสามารถทำให้ผู้คนเหล่านั้นหายไปได้ ด้วยการตั้งความเร็วชัตเตอร์ไว้ช้าๆเช่นกัน ภาพด้านล่างสองภาพนี้จะสาธิตให้ดูถึงพลังของความเร็วชัตเตอร์ ถึงแม้จะถ่ายสถานที่เดียวกัน แต่ให้ภาพที่แตกต่างกันมาก อารมณ์ภาพก็ต่างกันเช่นกัน 1/5s, f/11, ISO 200 107s,...

องค์ประกอบศิลป์ โดย SORNSAK SAKBODIN

วันนี้นำบทความดีๆเรื่อง Design and Composition ที่อาจารย์ SORNSAK SAKBODIN เขียนไว้ เห็นว่ามีประโยชน์ต่อหลายๆคนจึงนำมาแบ่งปันกันเช่นเคยครับ หายไปหลายวัน ไปนั่งคิดดูว่าจะเขียนดีไหมน๊อ เพราะได้อ่านข้อความที่ไหนซักแห่ง บอกไว้ว่า ในการถ่ายภาพนั้น Unity นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกอย่างจะต้องไปด้วยกัน ไปทางเดียวกันหมด มันกวนใจนิดหน่อย เพราะความจริงแล้ว Unity มันเป็นเพียงแค่หนึ่งแนวทางของสิ่งที่เรียกว่า Composition เท่านั้นเอง คิดๆดูแล้ว ก็ว่าน่าจะเขียนตามที่ได้เรียนรู้มา แบ่งปันความรู้ให้แก่กัน ให้เข้าใจคำว่า...

การใช้ Levels ใน Photoshop เพื่อแต่งภาพ ภาค 1

หากคุณเป็นมือใหม่ Photoshop หรือไม่เคยใช้เลย มันดูแล้วเป็นโปรแกรมที่ยุ่งยากน่ากลัว มีหลายฟังก์ชั่น แต่คุณไม่จำเป็นต้องรู้มันทั้งหมด บางครั้งรู้แค่เล็กน้อยก็สามารถมาปรับแต่งภาพได้แล้ว และวันนี้จะมาเสนอเครื่องมือที่มีประโยชน์อีกตัวหนึ่ง นั่นก็คือ Levels  เข้าใจ Histogram คร่าวๆกันก่อน Histogram แกนด้านล่าง(แกน X) แสดงสีและโทนในภาพ แกนด้านข้าง (แกน Y) แสดงความเข้มของโทน โดยปกติคุณอาจได้ยินหลายคนพูดว่า โทนส่วนใหญ่ควรจะไปอยู่ตรงกลาง มันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ถ้าถ่ายดาว โทนส่วนใหญ่จะไปทางด้านมืด...

Related articles