เปรียบเทียบ DJI Osmo Pocket กับ GoPro Hero 7 Black แบบละเอียด

ในยุควีดีโอกำลังรุ่งโรจน์ หลายคนก็เริ่มมองหาอุปกรณ์สำหรับถ่ายวีดีโอ และอุปกรณ์ที่ถ่ายวีดีโอพกพาขนาดเล็กที่กำลังพูดถึงกันมากอย่าง DJI Osmo Pocket และ GoPro Hero 7 Black นั้นต่างกันอย่างไร บอกได้เลยว่าอย่าเพิ่งซื้อ ถ้ายังไม่ได้อ่านบทความนี้ครับ

ผมไม่เคยเชื่อว่ามีกล้องที่ดีที่สุด หรือแย่ที่สุด มีแต่กล้องที่เหมาะกับเรามากที่สุด และรีวิวนี้ผมจะเปรียบเทียบเป็นหัวข้อๆแบบละเอียดกันเลยว่า DJI Osmo Pocket และ GoPro Hero 7 Black ตัวไหนเด่นเรื่องไหนครับ

ขนาดอุปกรณ์

DJI Osmo Pocket 121.9×36.9×28.6 mm
GoPro Hero 7 Black 62.3 W x 44.9 H x 28.3 mm

แม้รูปร่างจะต่างกัน แต่ถ้าเทียบปริมาตรกันจริงๆ ไม่ต่างกัน แต่ GoPro Hero 7 Black ถ้าติดด้ามจับด้วยก็จะใหญ่กว่าครับ เลยขอให้ DJI Osmo Pocket ชนะไปครับ

ผลลัพธ์: DJI Osmo Pocket ชนะ

ขนาดหน้าจอ

หน้าจอ DJI Osmo Pocket ขนาดเล็กกว่ามาก เพราะถูกออกแบบให้ใส่ไปในด้ามซึ่งเป็นแท่ง แต่ GoPro Hero 7 Black ออกแบบมาเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายลูกบาศก์ทำให้หน้าจอใหญ่กว่ามองเห็นได้ชัดกว่า แต่ทั้งสองตัวสามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้เพื่อขยายหน้าจอได้ แต่บางครั้งเราอาจใช้มือถือทำอย่างอื่นขณะถ่ายวีดีโอ จึงให้
GoPro Hero 7 Black ชนะในเรื่องนี้ไป

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

ความคงทน

ลักษณะโดยรวม GoPro Hero 7 Blackจะดูคงทน และบึกบึนมากกว่า เพราะไม่มีชิ้นส่วนอะไรที่เคลื่อนไหวอยู่ แต่ DJI Osmo Pocket เป็นแท่งและ Gimbal ที่ต้องระมัดระวัง และมีเคสว่ามีกิมบอลงอและร้าวอันเนื่องจากผู้ใช้ใส่ซองผิดท่าเช่นกัน และการเชื่อมต่อกับมือถือที่ต้องดึง Adapter เข้าออกบ่อยๆ ก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะมีโอกาสเสียหายแค่ไหน

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

มุมมองภาพ

มุมมองภาพถือเป็นประเด็นหลักในการตัดสินพอสมควร GoPro Hero 7 Black (170องศา) ให้มุมมองภาพที่กว้างกว่า DJI Osmo Pocket (80องศา) หากใช้ DJI Osmo Pocket หันไปถ่ายเซลฟี่ ขนาดหน้าจะค่อนข้างเต็มหน้าจอไม่ค่อยเห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้างมากนัก แล้วถ้าเซลฟี่มากกว่า 2 คนคงยิดกันสุดแขนเลย ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมซึ่งเป็นไม้ที่ยืดได้ แต่ด้วยมุมมองที่แคบกว่าจะลดความบิดเบี้ยวของเลนส์ และมีความชัดตื้นที่มากกว่า

แต่ส่วนตัวผมชอบมุมมองที่กว้างกว่า เพราะเก็บมาได้เยอะ สามารถมาซูม,ครอป หรือแก้การสั่นตอนตัดต่อได้สะดวกกว่า และ GoPro Hero 7 Black สามารถปรับองศาการรับภาพได้ว่าจะเอาแบบมุมกว้างที่ให้ภาพดูโค้งๆ หรือแบบ Linear ที่เป็นเส้นตรง แต่มุมมองภาพเป็นเรื่องความชอบส่วนตัว และเหมาะสมตามการใช้งานแต่ละประเภท ผมจึงให้เสมอกันครับ

ผลลัพธ์: เสมอ

กันสั่น

GoPro Hero 7 Black มี HyperSmooth มาพร้อมคอนเซปต์ Gimbal Killer แต่ยังไงก็สู้กันสั่นแบบ Physical หรือ Gimbal ของจริงคงไม่ได้ ดังนั้นจึงให้ DJI Osmo Pocket ที่มี Gimbal ชนะไปครับ

แต่มีข้อควรระวังนิดหน่อย เเนื่องจากกันสั่นของ DJI Osmo Pocket ใช้ Gimbal หากนำไปถ่ายในสถานการณ์บางอย่างเช่น สถานการณ์ที่ต้องโต้ลมมากๆ Gimbal จะถูกลมตีและสู้ลมไม่ไหว

ผลลัพธ์: DJI Osmo Pocket ชนะ

Timelapse / Motionlapse/ Hyperlapse

Timelapse เป็นการตั้งกล้องนิ่งๆ แล้วถ่ายวีดีโอและมาย่อวีดีโอให้สั้นลงทำให้ดูไวขึ้น อันนี้ไม่ต่างกัน
Motionlapse ที่ตั้งกล้องอยู่กับที่และเลื่อน Gimbal มีเฉพาะ DJI Osmo Pocket
Hyperlapse มีการเคลื่อนที่ของกล้อง เช่นคนเดินแล้วถือถ่ายไปได้เลย มีเฉพาะ GoPro Hero 7 Black
ดังนั้นเลยให้เสมอกันครับ

ผลลัพธ์: เสมอ

รายละเอียดในวีดีโอ

เปรียบเทียบวีดีโอ

GoPro Hero 7 Black มี Dynamic Range สูงกว่าหรือเก็บรายละเอียดส่วนมืดและส่วนสว่างได้ครอบคลุมมากกว่า

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

รายละเอียดในภาพ

เปรียบเทียบภาพ

GoPro Hero 7 Black มีฟีเจอร์ Super Photo หรือ HDR ที่เก็บรายละเอียด
ส่วนมืดและส่วนสว่างได้ครอบคลุมมากกว่า

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

การเซลฟี่

ความสะดวกต้องยกให้ DJI Osmo Pocket เพราะกล้องและหน้าจอสามารถหันมาทางผู้ใช้ได้ ส่วน GoPro Hero 7 Black กล้องและหน้าจออยู่คนละฝั่งกัน แต่ GoPro Hero 7 Black มุมมองกว้างอยู่แล้ว แม้ไม่เห็นหน้าจอก็เก็บได้หมด ไม่มีปัญหาในการเซลฟี่นัก

ผลลัพธ์: DJI Osmo Pocket ชนะ

Slow Motion

ในการถ่าย Full HD ของ GoPro Hero 7 Black สามารถถ่ายได้ 240 fps หรือ slow ได้ 8 เท่า ในขณะ ในขณะที่ DJI Osmo Pocket Full HD ได้แค่ 60 fps แต่ก็มีโหมด Slow motion ซึ่งช่วยให้slow ได้ถึง 120 fps หรือ 4 เท่ามาให้ แต่ครอปไปเยอะมาก

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

ถ่ายแนวตั้ง

DJI Osmo Pocket  ยังไม่สามารถถ่ายแนวตั้งได้ แต่ GoPro Hero 7 ทำได้

ผลลัพธ์: GoPro Hero 7 Black ชนะ

การโฟกัส

DJI Osmo Pocket มีระบบ Tracking Focus ก็มีหลุดบ้างนิดหน่อย แต่ถ้าใช้ในสถานการณ์ปกติก็ถือว่าโอเคเลย ส่วน GoPro Hero 7 Black ไม่มีปัญหาเรื่องโฟกัส เพราะความชัดลึกสูงอยู่แล้ว แต่ต้องหมุนตามวัตถุด้วยมือ

ผลลัพธ์: DJI OSMO POCKET ชนะ

กันน้ำ

GoPro Hero 7 Black สามารถกันน้ำ 10 เมตรได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม และถ้าใส่เคสจะลงลึกได้ 60 เมตร ส่วน DJI Osmo Pocket ตัวมันเองจะไม่กันน้ำ ถ้าจะลงน้ำต้องใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งลงได้ 60 เมตร

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

แบตเตอรี่

GoPro Hero 7 Black แบตใช้ได้ประมาณ 2 ชม. ส่วน DJI Osmo Pocket 140 นาที โดยสเปค DJI Osmo Pocket จะดีกว่า แต่ GoPro Hero 7 Black ได้เปรียบเพราะถอดแบตใส่ก้อนใหม่ได้ แต่ DJI Osmo Pocket ต้องเสียบชาร์จ ซึ่งบางสถานการณ์เช่นถ่ายใต้น้ำ ขึ้นมาเปลี่ยนแบตใช้ต่อได้เลย จะยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากกว่า จึงมีข้อดีข้อเสียต่างกันขอให้เสมอละกันครับ

ผลลัพธ์: เสมอ

การติดกับอุปกรณ์ต่างๆ (mounting)

GoPro ได้เปรียบมากเพราะอยู่ในวงการนี้มานาน มีอุปกรณ์เสริมที่ mount กับสิ่งต่างๆได้เยอะ ส่วน DJI Osmo Pocket ยังมีน้อยครับ

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

ระบบเสียงและไมค์

GoPro Hero 7 Black มี 3 ตัว DJI Osmo Pocket มี 2 ตัว ลองฟังกันดูในคลิปจะเห็นว่า ในสถานการณ์ปกติก็ใช้ได้ทั้งคู่ GoPro Hero 7 Black เสียงอาจมีมิติมากกว่าเล็กน้อย แต่พอโดนลม GoPro Hero 7 Black ทำได้ดีกว่าในส่วนนี้ และ GoPro Hero 7 Black มีลำโพงในตัว ซึ่ง DJI Osmo Pocket ไม่มี

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

การสั่งงาน

UI ใช้งานง่ายทั้งคู่ แต่ GoPro Hero 7 Black ได้เปรียบตรงหน้าจอใหญ่กว่า และสั่งงานด้วยเสียงได้ ส่วน DJI Osmo Pocket ถ้าอยากควบคุมแบบ full option ต้องต่อมือถือ ใช้งานผ่านแอพของเขา

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

การเชื่อมต่อ

DJI Osmo Pocket ไม่มี Wifi, Bluetooth,HDMI,GPS ในตัว ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อเชื่อมต่อ แต่สามารถเสียบต่อกับมือถือได้โดยตรง ในขณะที่ GoPro Hero 7 Black มีครบ

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

Live

GoPro Hero 7 Black สามารถ Live ได้ แต่ DJI OSMO Pocket ยังไม่มี แต่คาดว่าน่าจะมีในอนาคต อาจต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือเปล่า ต้องรอลุ้นครับ

ผลลัพธ์: GOPRO HERO 7 Black ชนะ

ราคา

GoPro Hero 7 Black ราคา 14,500 บาท
DJI OSMO Pocket ราคา 13,500 บาท

ผลลัพธ์: DJI OSMO Pocket ชนะ

สรุป

DJI Osmo Pocket และ GoPro Hero 7 Black ลักษณะการใช้งานต่างกัน DJI Osmo Pocket เน้นลูกเล่นของ Gimbal ไม่ว่าจะเป็นกันสั่น การ Track ตามวัตถุ และอื่นๆตามที่บอกไปข้างต้น เน้นไปถ่ายสถานการณ์ปกติ ไม่ได้ Adventure หรือเน้นกิจจกรมมากนัก ส่วน GoPro Hero 7 Black เน้น Software ภายใน เช่นการจัดการรายละเอียดที่ให้รายละเอียดแสงเงาดีกว่า เสียงดีกว่า สามารถใช้เที่ยวเล่น ทำกิจกรรมต่างๆ และครอบคลุมสถานการณ์ได้มากกว่า