งานวิจัยของ google ใช้โปรแกรมสร้างภาพถ่ายระดับบมืออาชีพ

การใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้จากข้อมูล โดยเริ่มจากการสร้างโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวเองเข้ากับข้อมูลที่ได้รับได้นั้น(Machine learning) มีการใช้งานอย่างกว้างขวางรวมไปถึงงานที่หลายคนคิดว่าทำไม่ได้ เช่นงานแนวศิลปะ

วันที่ 13 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา Google ได้ใช้เผยแพร่บทความถึงหลักการดังกล่าว ที่เรียนรู้จากภาพสวยๆ โดยเลียนแบบขั้นตอนการทำงานของช่างภาพมืออาชีพ และให้โปรแกรมสำรวจภูมิทัศน์ใน Google Street View และหามุมหรือ องค์ประกอบที่เจ๋ง และมาแต่งภาพเพื่อให้ได้ภาพสวยๆออกมา 

Google กล่าวว่าช่างภาพเสมือนของเรา(น่าจะหมายถึงโปรแกรม) ได้ไปดูภาพพาโนรามาประมาณ 40,000 บริเวณ เทือกเขา Alps, Banff, Jasper,Big Sur,Yellowstone และเก็บภาพมาประมวลผลให้ได้ภาพสวยๆ และใช้ช่างภาพมืออาชีพมาตัดสินเก็บเป็นข้อมูลว่ารูปไหนสวยไม่สวย 

a คือภาพ panorama โปรแกรมจะครอปโดยเลือกองค์ประกอบให้สวย ได้ภาพ b ออกมา เพิ่มสีสัน ทำ HDR จนได้ C และปรับแต่งด้วย  dramatic mask จนได้ภาพ d

dramatic mask เป็นขั้นตอนพิเศษที่ช่วยสร้างแสงเงาที่ได้จากการเรียนรู้เรื่อง dramatic lighting ดูผลลัพธ์เพิ่มเติมด้านล่าง

Jasper National Park, Canada.

Interlaken, Switzerland.

Park Parco delle Orobie Bergamasche, Italy.

Jasper National Park, Canada.

สำหรับการประเมินผลแบ่งเป็น สี่ ระดับ คือ ไม่สวย, เป็นภาพที่ดีแต่ไม่มีความงามเชิงศิลป์ที่เด่นชัด, กึ่งโปร, โปร จากการประเมินผลของช่างภาพมืออาชีพปรากฏว่ามี 40% ที่อยู่ระดับ กึ่งโปรและโปร

สำหรับคนที่คิดว่าถ้าโปรแกรมทำได้ขนาดนี้คงโดนโปรแกรมแย่งงานแน่ๆ เรื่องนี้ระดับ google คงมาแย่งงานระดับล่างโดยตรงแน่ๆ แต่เป็นเรื่องของการให้บริการที่ช่วยให้ช่างภาพสะดวกมากขึ้น เช่น มีระบบช่วยให้ถ่ายรูปสวยขึ้น (แม้จะเป็นมือใหม่), Street view หรือระบบ guide สถานที่ที่ให้ภาพที่สวยขี้น ไม่ต้องอาศัยการ pre-visualization มากนัก หรือ เวลาเห็นภาพที่เราชอบ สามารถคลิ๊กดูได้ว่า อยู่ส่วนไหนของ Street view และใกล้ๆ เรามีที่ไหนประมาณนี้บ้าง สรุปแล้วน่าจะช่วยช่างภาพมากขึ้น และลดช่องว่างของมืออาชีพและมือสมัครเล่นแคบลง เพื่อนๆคิดเห็นยังไงบ้างลองคอมเมนต์มาได้เลยครับ

credits: research.googleblog.com

206,479FansLike
1,291FollowersFollow
653FollowersFollow
3,820SubscribersSubscribe

การใช้ความเร็วชัตเตอร์ในการถ่ายสิ่งต่างๆ

การเข้าใจความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง, ISO และความสัมพันธ์ของทั้งสามสิ่งนั้น เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับช่างภาพ และคนเข้าใจสามารถประยุกต์ใช้ ทำให้ได้ภาพที่สวยงามได้ แต่หากคุณยังไม่เข้าใจมัน คุณ Viktor Elizarov ได้ทำเป็นภาพให้เข้าใจง่ายๆว่า ความเร็วชัตเตอร์ส่งผลอย่างไรต่อภาพ และถ่ายภาพแต่ละประเภทควรใช้ความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ จากภาพจะเห็นว่าฝั่งซ้ายเป็นความเร็วชัตเตอร์ หากจะจับการเคลื่อนไหว ไม่ให้เบลอ ความเร็วชัตเตอร์ต้องเร็วพอ จะเห็นว่าด้านบนจะมีความเร็วชัตเตอร์สูง ภาพคนวิ่งจะไม่เบลอ ด้านล่างพอต่ำลง จะจับการเคลื่อนไหว (freeze moment)ไม่ได้ และรูปดวงอาทิตย์หมายถึงยิ่งความเร็วชัตเตอร์ช้า แสงยิ่งเข้าได้มากทำให้ภาพสว่างมากขึ้น ตัวอย่าง ถ่ายนกบิน ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/2000...

9 เทคนิคที่ช่างภาพแต่งงาน ต้องรู้ !!

งานแต่งงานหากคุณถ่ายพลาดจะไม่มีรอบแก้ตัว ผมคิดว่าคงมีผู้อ่านหลายคนเป็นช่างภาพงานแต่ง หรือ เพื่อนไหว้วานให้ไปช่วยถ่ายภาพให้ในงานแต่ง วันนี้ผมได้ไปเจอบทความของ Dzvonko Petrovski ที่จะทำให้ภาพงานแต่งที่คุณไปถ่ายนั้นประทับใจ ภาพโดย johnhope14 1) ร่าเริง คุณอยู่ในงานมงคลเป็นช่วงเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสุขที่สุดในชีวิตของเขา ถ้าคุณทะเลาะกับใครอยู่ หรืออารมณ์ไม่ดีเอาซะเลย พยายามเถอะครับ พยายามทำอารมณ์ตัวเองให้ดีขึ้น ยิ้มร่างเริงแจ่มใสเข้าไว้ เพราะเขาใหเค่าจ้างคุณ (ผมหวังว่านะ) เพื่อให้คุณเต็มที่เต็มร้อยกับมัน 2) อย่าถูกกีดขวาง ไม่ว่าการกีดขวางของเจ้าสาว เจ้าบ่าว คนเก็บภาพวีดีโอ หรือใครก็ตาม จินตนาการว่าคุณเป็นผี เป็นวิญญาณ เป็นผู้สังเกตุการณ์ ทำมัน ทำงานของคุณไป...

กฏ 10 ข้อของการจัดองค์ประกอบ และทำไมมันถึง Work (ภาคจบ)

มาถึงภาคจบแล้วนะครับ ใครยังไม่ได้ดู ภาคแรก และ ภาคสอง ตามไปดูเลยครับ 7) ที่ว่างสำหรับการเคลื่อนไหว ภาพจาก Max Earey แม้ว่าภาพถ่ายนั้นเป็นภาพนิ่ง แต่มันก็ยังคงให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวได้ เมื่อเราดูภาพ เราจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในภาพ และแนวโน้มว่าจะเกิดอะไรต่อไป เช่นรถเคลื่อนที่ไปทิศทางไหร เรื่องนี้มันสามารถสร้างความไม่สมดุลได้หากไม่เข้าใจ ไม่เพียงแต่ภาพที่ดูว่าวัตถุเคลื่อนไหว แต่ภาพถ่ายบุคคลก็สามารถใช้ได้ในกรณีนี้คือ สายตาของของแบบว่ามองไปทางไหน ก็เป็นทิศทางเช่นกัน สำหรับทั้งสองกรณีด้านบนควรเว้นที่ว่างในทิศทางนั้นๆ เพื่อสร้างความสมดุล ทำไมมันถึง Work 1. เว้นพื้นที่สำหรับให้รถเคลื่อนที่ไปยังทิศทางดังกล่าว 2. เส้นถนนช่วยเสริมความรู้สึกของการเคลื่อนที่ 3. หมุนกล้องเพื่อเน้นความรู้สึกของการเอียง ซึ่งเส้นเอียงให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหว 8)...

5 เคล็ดลับในการถ่าย Silhouette Portrait นอกสถานที่

ภาพ Silhouette เป็นภาพที่ได้รับความนิยม และดูน่าสนใจ และเนื่องจากเป็นภาพเงาดำ ก็ทำให้ดูน่าค้นหา แต่การถ่ายให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจก็ไม่ได้ง่ายซะทีเดียว ต้องมีการวัดแสงที่ดี การจัดองค์ประกอบที่เยี่ยม เพื่อให้ภาพดูออกมาเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน ลองไปดู เทคนิคกการถ่ายกันเลยครับ 1) ถ่ายมุมต่ำๆ จากหัวถึงเท้า ถ่ายให้เห็นทั้งตัว ให้ติดท้องฟ้าและถ่ายเข้าหาแหล่งกำเนิดแสง (ดวงอาทิตย์)  ในการทำแบบนี้เราคุวรนอนราบกับพื้นหรือ เอากล้องไปถ่ายที่มุมต่ำๆ  ถ้าคุณไม่สามารถลงไปต่ำได้ก็ให้ นายแบบนางแบบขึ้นไปที่สูงเช่นโขดหิน หน้าผาเล็กๆ มันทำให้คุณได้ภาพฟ้าสวยๆ เห็นเงาคนชัดเจน แต่หากคุณหาทำเลดีๆเหมาะๆ ไม่ได้...

วิธีการหา และ ถ่าย รุ้งหมอก

เมื่อเดือนก่อน(17 ธ.ค.) GÖRAN STRAND ได้เก็บภาพปรากฏการณ์รุ้งหมอกหรือ lunar fog bow และเมื่อวานนี้เขาได้เห็นมันอีก 2 ครั้ง จนเขาทำความเข้าใจและไขความลับของปรากฏการณ์นี้มาเล่าให้พวกเราได้ทราบกัน เมือง Östersund ที่เขาอยู่มีหมอกมากเต็มไปทั้งเมือง และเมื่อพระจันทร์เต็มดวง เขาได้ขับรถเพื่อไปหาสถานที่ที่สามารถเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ เขาเล่าว่าเขาชอบการถ่ายภาพแบบนี้เมื่อเจอปรากฏการณ์ใหม่ๆก็พยายามเรียนรู้ ทำความเข้าใจและหาว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วทำอย่างไรถึงจะได้เจอมันอีก หากคุณอยากเจอหมอกรุ้งคุณควรจะมองหาสิ่งเหล่านี้ ดวงจันทร์ต้องมีความสว่างมาก ยิ่งดวงจันทร์เต็มดวงยิ่งดี หมอกไม่สามารถบดบังแสงจากดวงจันทร์ได้ แต่ต้องมีหมอกที่หนาในทิศตรงกันข้ามของดวงจันทร์ พยายามหาสถานที่ที่อยู่ข้างใต้ด้านบนสุดของหมอก ที่ซึ่งคุณอยู๋ภายในหมอก แต่แสงดวงจันทร์ยังคงสว่างพอที่ฉายมาทำให้เกิดหมอกรุ้งขึ้น อย่างที่เห็น...

Related articles