รีวิวแบบละเอียด GoPro Fusion 360 กล้องที่สายวีดีโอต้องมี !!

ก่อนหน้าที่จะได้จับ Gopro fusion นี้ผมคิดว่ากล้องที่ถ่าย 360 อะไรพวกนี้ไม่จำเป็นเท่าไหร่ อาจจำเป็นสำหรับพวกงานวีดีโอทัวร์โรงแรมให้เห็นทุกซอกทุกมุม แต่พอมาจับจริงๆมันดีกว่าที่คิดไว้มาก สายวีดีโอ หรือ Vlogger
สายเที่ยว สายรีวิวนี่ต้องมีเลย เพราะอะไร? และ Gopro fusion นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง? มาดูกัน

มาดูวีดีโอที่ผมได้ลองใช้งานจริงกันก่อนครับ

กล้อง GoPro Fusion ถือว่าเป็นกล้อง 360 ที่มีคุณภาพสูงมาก เมื่อเทียบกล้องประเภทเดียวกันในตลาด ให้อุปกรณ์มาดังภาพ

ก่อนอื่นมาดูสเปคกันก่อน

• มีกล้อง 2 ตัวหน้า หลัง แต่ละตัวก็ถ่ายมา 180 องศา เอามารวมกันเป็น 360 องศา โดยไม่มีรอยต่อ

• วิดีโอที่มีความละเอียดสูงถึง 5.2K/30p ผลลัพธ์ออกมาชัดมากๆ แต่พออัพลง youtube คุณภาพลดลงไปนิดนึง ได้แค่ 4K

• ใส่การ์ดหน่วยความจำ Micro SD Card 2 ตัว ไม่ใช่ไว้ Backup นะ แต่มันคือแยกการ์ดกันเลยของกล้องหน้าและหลัง เพิ่งเคยเจอตื่นเต้นมาก สลับกันไม่ได้ด้วยนะ มันจะฟ้องให้สลับคืน

• OverCapture อันนี้แหละเด็ดคือเราเลือกมุมที่ถ่าย 360 องศามา ทำให้เป็นวีดีโอปกติ ผ่านมือถือ หรือไปตัดแต่งในคอมก็ได้ หลายคนคิดว่า เอ้ามาทำเป็นวีดีโอปกติ แล้วจะใช้กล้อง 360 ทำไม ใช้กล้องปกติไปซิ? คือข้อดีมันมีหลายอย่างเช่น ไม่ต้องวางแผนในการถ่ายทำมาก ปกติถ้าจะแพนกล้องจากซ้ายไปขวา ไรงี้ต้องคิดก่อนถ่ายไว้แล้ว แต่อันนี้ไม่จ้า แค่หาความสูงที่เหมาะ ถ่ายมาก่อน 360 แล้วค่อยไปเลือกว่าจะเลื่อนกล้องจากจุดไหนไปจุดไหน และยังไม่รวมถึง effect ของมุมมองกล้องที่มำให้ดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก (ดูวีดีโอ OverCapture เพิ่มเติม)

• ลดการสั่นไหวขณะถ่ายวีดีโอ ลดได้พอสมควรเลยครับ และในแอพโปรแกรมแต่งวีดีโอของ GoPro ยังมีการลดสั่นเพิ่มไปอีกเรียกว่านิ่งขึ้นมากเลย ดูวีดีโอด้านล่างนี่ดูครับ ไม่ได้ใช้ gimbal อะไรเลย ยังได้ขนาดนี้

• ภาพถ่าย 18 MP ถ่ายภาพแบบ 360 องศา มีหลายโหมดถ่ายรูปเดี่ยว ถ่ายรัว ไทม์แล็ปส์ โหมดกลางคืนและไนท์แลปส์ แต่เท่าที่ทดสอบดูเหมือนมีแต่โหมดกลางคืนที่ปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ ปรับได้ถึง 30 วิ น่าจะเอาไว้ถ่ายดาว หรือเส้นแสงต่างๆ ส่วน Timelapse ก็ปรับได้ว่ากี่วินาทีจะถึงครั้งหนึ่ง


• ระบบเสียงแบบ 360 องศา เพื่อให้ได้บรรยากาศเสมือนจริง
• กันน้ำได้ลึกถึง 5 เมตรโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ตอนทีมงานเอาไปลงทะเล ลองลงไปลึกๆดู เหมือนโดนความดันกดปุ่มหยุดอัดไปเอง แต่ก็ได้ประมาณ 5 เมตรอย่างที่เคลมไว้ครับ พวกดำน้ำตื้น นี่สบายๆครับ


• สั่งงานด้วยเสียง
• มี GPS ในตัว
• ชาร์จเร็ว – มีอะแดปเตอร์ Supercharger ที่ขายแยก หรือต่อชาร์จกับ Powerbank ก็ได้เป็นสาย USB-C
• ที่จับ + ขาตั้ง เป็นที่จับอเนกประสงค์ ยืดได้ ปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นขาตั้งได้ 


• GoPro Fusion Studio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ 360 องศา และ ส่งไปทำงานบน Adobe Premiere และ After Effects อีกที โดยมี Plugin ให้ลงตอนลง GoPro Fusion Studio 

 

ประสบการณ์การใช้งาน

ก่อนที่จะได้จับกล้องตัวนี้ เกิดคำถามมากมาย ใช้ยังไง จัดองค์ประกอบยังไง ถ่ายเสร็จแล้วต้องทำไงต่อ แบตอึดไหม แล้วมันจำเป็นแค่ไหน เหมาะกับใคร พอได้จับไปสองอาทิตย์ก็ได้คำตอบละครับมาดูกันๆ

ตัวกล้องขนาดพอดี และถ่ายวีดีโอสะดวกมาก ปกติเปิดเครื่องแล้วมาตั้งค่าอะไรกันกว่าจะได้อัด GoPro Fusion มี Quick Capture กดปุ่มเดียว ครั้งเดียวเลย เปิดเครื่องแล้วอัดให้เอง กดอีกทีเพื่อหยุดและปิดเครื่องให้เอง หรือใช้คำสั่งเสียงก็ได้ 

(ภาพสดจากกล้อง)

คุณภาพของภาพช่วงกลางวันนี่ดีมากเลย Export ภาพไปแต่งใน LR ก็ยังได้ภาพ 360 องศาเหมือนเดิมครับ สะดวกมาก

(ภาพที่ใช้ LR แต่งภาพ)

กลางคืนคุณภาพอาจดรอปลงไปหน่อย แต่ถือว่าใช้งานได้ แต่ก็มีการจัดการ Noise ให้ระดับหนึ่ง  แต่แฟลร์หรือแฉกไฟไม่สวยเท่าไหร่นัก

Export มาเป็นภาพธรรมดา เพิ่ม Contrast

ภาพช้างเผือกครับ ถ่าย Night Mode ปรับความเร็วชัตเตอร์ 30 วินาที แนะนำให้ปิด protune ครับ ถ้าเปิดเหมือนจะได้ ISO สูงสุด 800 ลองปิดดูสว่างขึ้นมาก ในภาพได้ปรับแสงสีเพื่อให้ช้างดูชัดขึ้นเล็กน้อย ช้างอยู่บนหัวเลยครับ ลองเลื่อนๆดูครับ

ต้องออกตัวก่อนว่าผมเพิ่งลงมาเล่นสายวีดีโอแค่ 1-2 ปี และงานของผมไม่ได้ซีเรียสมากนัก และปกติเวลาจะไปถ่ายทำต้องคิด ต้องวางแผนว่าต้องเอามุมไหนเลื่อนไปมุมไหน แต่เมื่อมาใช้ GoPro Fusion มันเก็บมาให้หมด 360 องศา แล้วมาเลือกทีหลัง แถมได้เอฟเฟคแปลกใหม่ๆ เช่น little planet อีกด้วย เหมาะกับนักรีวิวสายเที่ยวที่ไม่ต้องกังวลเรื่องมุมภาพ เพราะมาเลือกทีหลังได้ ทำให้เที่ยวได้สนุกมากขึ้น เราแค่กำหนดความสูง และพยายามเข้าใกล้ subject ที่เราสนใจ เพราะเลนส์ของกล้องนี้กว้างมาก อะไรที่อยู่ไกลมันก็จะยิ่งไกล

เรื่องแบต แบตที่ให้มาขนาดใหญ่ครับ แต่ก็ต้องใช้ 2 กล้องพร้อมกัน ผมลองใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 1 ชั่วโมง กว่าๆ มากกว่า HERO 6 เล็กน้อย 1 ชั่วโมงกว่าๆ ใช้งานจริงๆ ก็ไม่น้อยนะครับปกติผมก็ถ่ายๆ หยุดๆ ถ่ายเฉพาะฉากที่สนใจ ถ้าจะถ่ายปกติเต็มๆ 1 วัน ผมว่า 2 ก้อนเอาอยู่

หน่วยความจำ หากใช้การ์ด Micro SD 32 GB 2 ใบ กล้องหน้าหลัง หากอัด 5.2K จะพอดีกับแบต 1 ก้อน แนะนำให้ซื้อแบต 2 ก้อนและใช้การ์ดอย่างน้อย 64 GB 2 ใบ กล้องหน้าหลัง

คำสั่งเสียง ผมไม่เก่งพูดอังกฤษนัก สำเนียงอังกฤษแบบไทยๆ GoPro Fusion ก็ฟังรู้เรื่องครับ

เรื่องแอพ อันนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ครับ เพราะฝั่ง Android รองรับได้ไม่มาก และมือถือบางตัวฟีเจอร์ก็มาไม่ครบ คงเพราะ Android มีหลายรุ่นหลายยี่ห้อด้วยคงทำไม่ทัน ทาง GoPro บอกว่าจะเร่งพัฒนาในส่วนนี้ 

รุ่นที่รองรับ

  • Asus ZenFone AR
  • Google Pixel / Pixel XL
  • Google Pixel 2 / Pixel 2 XL
  • LG V30
  • Motorola Moto Z / Moto Z Force
  • Motorola Moto Z2 Force
  • Samsung Galaxy Note8 ∆*
  • Galaxy S7 / S7 Edge / S7 Active *
  • Samsung Galaxy S8 / S8+ ∆* 
  • ZTE Axon 7

ส่วน iOS หรือ Apple รองรับหลายรุ่นเลย

  • iPhone X
  • iPhone 8/8 Plus
  • iPhone 7/7 Plus
  • iPhone 6S/6S Plus
  • iPhone SE
  • iPad Pro (10.5 inch)
  • iPad Pro (12.9 inch. 2nd Gen)
  • iPad Pro (12.9 inch.)
  • iPad Pro (9.7 inch.)
  • iPad (5th Gen)

อ่านการรองรับเพิ่มเติม

ฟังก์ชั่นและวีธีการใช้

ตัวกล้องขนาดพอดีมือ มี 2 ปุ่มครับ คือปุ่มเปิดและเลือกโหมด อยู่ปุ่มเดียวกัน อีกปุ่มไว้อัดวีดีโอแบบไว คือเครื่องปิดอยู่กดปุ่มนี้จะเปิดมาแล้วอัดให้เลย กดอีกครั้งก็หยุดอัดแล้วปิดให้เอง และเป็นปุ่มสำหรับเลือกโหมดอีกด้วย

มี Mount สามารถติดกับอุปกรณ์ต่างๆ พวกหมวก พาหนะ ต่างๆได้ ใช้ได้กับ Gopro รุ่นอื่นๆ หรือแม้แต่ Action Cam รุ่นอื่นๆอีกด้วย

การตั้งต้องตั้งกลับหัวแบบนี้เป็นการรักษาหน้าเลนส์ แต่ทางที่ดีควรใส่ Soft Case ที่เขาแถมมาให้จะปลอดภัยกว่า

ตัวกล้องไม่มีหน้าจอไว้ดูภาพ Live view มีแค่สถานะต่างๆ และตั้งค่า อยากดูภาพที่ถ่ายไว้หรือ Live view ต้องต่อมือถือครับ โดยมันจะเก็บภาพมารอบตัว 360 องศา เลย เราก็หมุนมือถือหรือเลื่อนในหน้าจอเพื่อดูมุมต่างๆ 

มาดูแต่ละโหมดกัน เลือกในกล้องหรือ เลือกโหมดในแอพมือถือก็ได้

โหมดวีดีโอ เลือกความละเอียด ได้ โหมด Photo ถ่ายภาพปกติ ขัดใจคนที่ชอบ Manual อย่างผมนิดนึง เพราะกล้องคิดทุกอย่างให้เองเราแค่ตั้งค่าว่าจะเอาความสว่าง (EV) แค่ไหน ISO สูงสุดไม่เกินเท่าไหร่

โหมดถ่ายกลางคืนเลือกความเร็วชัตเตอร์ได้ ตั้งแต่ 2 วินาที – 30 วินาที

โหมด Timelapse มีทั้งแบบ TIME LAPSE VIDEO ที่ได้ผลลัพธ์เป็นวีดีโอ TIME LAPSE PHOTO ที่ได้มาเป็นภาพชุดที่เกิดจากการตั้งเวลาถ่าย และ NIGHT LAPSE PHOTO คล้าย  TIME LAPSE PHOTO แต่ความเร็วชัตเตอร์จะช้ากว่าเพื่อรับแสงได้มากกว่า

การตัดต่อ

หลังจากถ่ายเสร็จคุณสามารถโพสต์ภาพหรือวีดีโอ 360 องศา ลง Social ได้เลย หรือใช้ฟีเจอร์ OverCapture บนมือถือเลือกฉาก เลือกมุมกล้องแปลงมาเป็นวีดีโอแบบปกติก็ได้ หรือไม่อยากทำบนมือถือ โหลด GoPro Fusion Studio มาตัดแต่งบนคอมพิวเตอร์ก็ได้ ซึ่งในวีดีโอตัวเดียวกันนั้น สามารถมาเลือกมุมต่างๆเพื่อสร้างไฟล์ใหม่ได้หลายไฟล์ นำไปใช้งานได้หลากหลายเลยครับ

ราคา

ทั้งชุดอยู่ที่ประมาณ 26,900 บาท 

สรุป

ข้อดี

  • ฮาร์ดแวร์หรือตัวเครื่องต้องบอกเลยว่าดีมาก ใช้งานง่าย
  • ถ่ายใต้น้ำได้ไม่มีปัญหา กันได้ 5 เมตร โดยไม่ต้องใช้กรอบ น้ำทะเลก็ถ่ายได้ ขึ้นมาก็ล้างน้ำจืด และทำความสะอาดให้แห้ง
  • คุณภาพไฟล์ดีมาก ไฟล์วีดีโอสูงถึง 5.2K30p 
  • กันสั่นได้ดีมาก
  • ถ่าย 360 องศา มาแล้วสามารถเลือกฉาก หรือเล่นกับการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้สบายลื่นไหล
  • ทำเอฟเฟค Little Planet แล้วซูมมาเป็นมุมปกติได้ ทำให้วีดีโอดูน่าตื่นเต้นขึ้น
  • ควบคุมผ่านมือถือได้ง่ายสะดวก
  • ถ่าย 360 องศามาแชร์ในรูปแบบ 360 องศาทั้งภาพและวีดีโอให้คนดูรอบๆได้ด้วยตัวเอง
  • ระบบเสียงแบบ 360 องศา มาจาก ไมโครโฟนหลายตัว
  • คำสั่งเสียง ใช้งานง่ายไม่ต้องสำเนียงเป๊ะๆ ก็ใช้ได้
  • ชาร์จเร็ว (ต้องซื้อ Adapter แยก) ชาร์จกับ PowerBank ได้
  • แบตอึดพอสมควร เมื่อเทียบกับ Action Camera ทั่วไป
  • ที่จับ Fusion จับได้ยืดได้ เป็นขาตั้งได้
  • ตัดต่อง่ายโดยใช้ GoPro Fusion Studio แล้ว Sync กับ Adobe Premier หรือ After Effect
  • แชร์ได้ทันที
  • Mount ใช้ได้กับอุปกรณ์ต่างๆ มาตรฐานเดียวกับ Action Camera ทั่วไป

ข้อเสีย

  • รองรับมือถือได้ยังไม่เยอะ 
  • ยังไม่มี Housing เพื่อให้ถ่ายใต้น้ำในระดับที่ลึกกว่า 5 เมตร
  • เห็นรอยต่อในบางกรณีเช่นกล้องหน้าและหลังแสงต่างกันมากๆ หรือใต้น้ำเป็นต้น

GoPro Fusion เหมาะสำหรับสายวีดีโอทั่วไป ที่ต้องการมุมมองแปลกๆ และเล่นกับมุมมองได้หลากหลายมากขึ้น ให้รายละเอียดและคุณภาพดีมาก โดยเฉพาะ Vlogger สายเที่ยว ที่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องมุมภาพ เพราะเก็บมาครบให้หมดก่อนแล้วค่อยมาเลือกทีหลัง ทำให้สนุกกับการเที่ยวได้มากขึ้น หากใครเน้นถ่ายใต้น้ำเยอะๆ ไม่แนะนำ เพราะเห็นรอยต่อพอสมควร แต่คุณภาพไฟล์บนบกนี่ดีมากครับ กลางคืนก็ยังทำได้ดี การตัดต่อวีดีโอก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้มากมายก็สามารถทำได้บนแอพของ GoPro เองเลย