การจัดการสีในภาพของคุณ โดยใช้ HSL

วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการแต่งภาพด้วยสไตล์ของตัวเองให้ดูดีได้เหมือนช่างภาพ แน่นอนว่าช่างภาพที่มืชื่อเสียงอย่างเช่น William Eggleston และ Stephen Shore ซึ่งทั้งคู่เป็นช่างภาพที่มักจะใช้โทนสีที่ทุกคนจำได้ทันที่ว่าเป็นผลงานของพวกเขา

 มันเป็นเรื่องง่ายที่พวกเรามักจะยึดติดอยู่กับสไตล์โทนใน Instagram ที่เป็นสไตล์ยอดนิยมและละเลยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเองไป วันนี้ผมอยากจะแนะนำวิธีการเลือกใช้สีเพื่อปรับแต่งให้กับรูปภาพ

เรามาเริ่มกันเลย..

1.มาเริ่มรู้จักทฤษฎีของสี

นี่คือวงล้อสีทั่วไป:

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสีแต่ละสี ซึ่งรูปภาพส่วนใหญ่ มักจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง เขียว และ น้ำเงิน (RGB) สีเหล่านี้คือแม่สี ซึ่งเมื่อนำมารวมกันจะเกิดสีต่างๆ เหมือนที่เราเคยเรียนกันในสมัยเด็กๆ

ทฤษฎีของสีนั้นน่าสนใจมากอยู่หลายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผมมีวงล้อสีจากโปรแกรม Adobe color CC ผมแนะนำมากๆเลยถ้าอยากจะลองใช้เครื่องมือนี้เพื่อดูความเกี่ยวข้องต่อกันของสีต่างๆ คลิกที่นี่

โดยมีกฏสามข้อของสีที่เราจะต้องพูดถึงกันคือ สีข้างเคียง (Analogous) สีเอกรงค์ (Monochromatic)  คู่สีตรงข้าม (complementry)

สีข้างเคียง หรือสีที่อยู่ติดกันของวงล้อสี (Analogous Color Scheme)

 

สีข้างเคียง (Analogous Color Scheme) หรือสามสีเรียงกันเป็นโทนสีที่ใช้สีถัดไปในวงล้อสี สีชุดนี้สามารถสร้างงานออกแบบที่น่าสนใจได้แบบง่ายดาย เป็นรูปแบบสีที่นำเสนอความหลากหลายมากกว่า Monochromatic ทำให้เรามีสีเลือกในงานกับองค์ประกอบต่างๆ ได้ง่าย ถึงแม้ว่างานที่ใช้สีแบบ Analogous จะไม่ได้ดูโดดเด่น แต่มันจะดูเรียบง่ายและเข้ากันได้อย่างดี

ตัวอย่างของสีข้างเคียง

เราสามารถดูสีหลักกับสีข้างเคียงได้ทุกเฉดสี เช่น แดง ส้ม และเหลืองทำให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสีเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันบนวงล้อสีในแบบ Analogous

สีเอกรงค์ (Monochromatic Color Scheme)

ใช้สีเดียวในภาพ ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับงานและเพิ่มอารมณ์ของสีลงไปในงานได้เยอะ แต่จะติดปัญหานิดหน่อยถ้าเรามีองค์ประกอบอื่นๆเยอะ เราจะพบสีนี้ได้มากในงานแนวๆ minimalist 

ตัวอย่างของภาพสีพื้น ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง The Darjeeling Limited ผลงานของ Wes Anderson

สีเหล่านี้มีความแตกต่างกันในเฉดสีที่อยู่ในกลุ่มสีเดียวกัน ซึ่งแต่ละสีจะอยู่ในแถบสีเดียวกันของวงล้อสี

คู่สีตรงกันข้าม Complementary Color Scheme

ตัวอย่างของสีคู่ตรงข้ามจาก Tron : Legacy (ทรอน ล่าข้ามโลกอนาคต)

สีคู่ตรงข้ามสร้างความโดนเด่นกระตุ้นอารมณ์ของผู้ดูได้เยอะ ข้อได้เปรียบของ Complementary คือความโดดเด่นขององค์ประกอบ เพราะสีเป็นตัวช่วยเพิ่มความโดดเด่นได้มาก สีแบบ Complementary จะดูรุนแรง ดุดัน จัดจ้าน โดดเด่น การใช้งานก็เหมือนกับข้ออื่นๆ คือเราต้องเลือกสีหลักออกมาก่อนและใช้งานมันกับองค์ประกอบใหญ่ๆ และใช้งานสีตรงข้ามกับองค์ประกอบอื่นเช่น ตัวหนังสือ ปุ่ม
อ่านเรื่องสีเพิ่มเติม

2.รู้จักแถบเครื่องมือ HSL

เครื่องมือ Hue, Saturation และ Luminance (HSL) แถบเครื่องมือนี้อยู่ใต้เครื่องมือ Tone curve ซึ่งจะใช้แก้ไขช่วงสีแต่ละสีในภาพ ก่อนที่เราจะเข้าสู่วิธีการใช้ของเครื่องมือ เรามารู้จักความหมายของ HSL กันดีกว่า

Hue: เนื้อสี
Saturation: ความอิ่มตัวของสี
Luminance: ความสว่างของสี

ตอนนี้เรารู้ว่า HSL หมายถึงอะไรแล้ว จะมาพูดเกี่ยวกับเครื่องมือและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาพเมื่อเราใช้เครื่องมือนี้ ลองดูตัวอย่างด้านล่างเพื่อดูว่าอะไรที่เราสามารถทำได้

 

หากคลิกที่ HSL Lightroom จะจัดระเบียบสีทั้งหมดตามลำดับจากสีแดงจนถึงม่วงแดง

นอกจากนี้เรายังจะสังเกตเห็นว่าสามารถแบ่งสีออกเป็น subcatergories ของ Hue, Saturation และ Luminance และ All

ขอแนะนำให้ใช้การตั้งค่านี้หากยังไม่เคยใช้เครื่องมือนี้มาก่อน ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าในแถบเลื่อนมีความเข้ม (Saturation)หรือเฉดสี (Hue) ที่แตกต่างกัน นี่คือตัวอย่างของการทำงานของแถบเลื่อนสี ผมชอบคิดว่าเป็นการดัดสีบนวงล้อสี ปุ่มนี้ใช้เหมือนกับกับที่ใช้ในเครื่องมือ Tone curve คลิ๊กแล้วจิ้มสีในภาพแล้วเลื่อนได้เลย

สิ่งที่น่าสนใจจริงๆเกี่ยวกับปุ่มคือสามารถปรับค่าต่างๆในเวลาเดียวกันได้

การเลื่อนส่วนต่างๆของรูปภาพจะทำให้เห็นสีที่ได้รับผลกระทบจากเลื่อนแถบนั้นๆ จะเห็นว่าเมื่อลากขึ้นและลงเหนือหญ้าสีเขียว แถบเลื่อนสีเขียวและสีน้ำเงินจะเปลี่ยนแปลง หากเราคลิก “ทั้งหมด” ที่ด้านบนขวา จะพบ Hue, Saturation และ Luminance ของแต่ละแถบสี

วิธีอื่นในการจัดการเครื่องมือ HSL คือการคลิกที่ “Color” ผมชอบวิธีนี้เพราะสามารถเปลี่ยนสีได้ตามสีที่เราต้องการนั้น โดยแบ่งเป็นสีๆ มันง่ายสำหรับผม

เคล็ดลับ: สีเหลืองและสีเขียวมีการเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราคิด

หากเราคลิกที่ “B & W” เครื่องมือ HSL จะเปลี่ยนรูปถ่ายเป็นภาพขาวดำ

เราสามารถควบคุมช่วงสีแต่ละสีได้โดยใช้เครื่องมือปรับแต่งสีที่ต้องการอีกครั้ง ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนโทนของหญ้าหรือวัตถุเพื่อให้ตรงกับความรู้สึกที่เราต้องการ

ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์มากในการใช้ปุ่มปรับแต่งแบบเลือกที่สามารถลากขึ้นหรือลงในส่วนของภาพที่ต้องการเปลี่ยนแปลงได้ นี่เป็นวิธีที่ดีมากๆเพราะจะปรับช่องหลายช่องพร้อมกัน

3.การใช้แถบเครื่องมือ HSL

3.1เริ่มด้วยการระบุสีที่สำคัญ

หากบอกไม่ได้ว่าต้องการปรับสีที่ใดให้เลื่อนแถบ luminance ไปมา เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในภาพในบริเวณนั้นๆ

สำหรับ สีผิว (Skin tone) ใช้การปรับที่ช่องสีแดง ส้ม และเหลือง

สำหรับเสื้อผ้าสีเข้ม ท้องฟ้า และ น้ำ ใช้การปรับที่ช่องที่ Aqua และน้ำเงิน

3.2 ปรับสีตามสีที่ต้องการจนกว่าจะพอใจ

เมื่อใช้แถบเลื่อนความอิ่มตัวสี (Saturation) มักจะใช้ค่าไปในทางลบมากกว่า เนื่องจากถ้าค่านี้เป็น 0 หรือสูงกว่าก็จะทำให้เกิดสีที่อิ่มตัวมากเกินไปได้ สามารถเลื่อนแถบเลื่อนความอิ่มตัวลดลงเพื่อให้ได้สีที่ไม่ต้องการในภาพน้อยลง

ตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการเน้นสีแดงและสีเขียวเสริม เราก็ลดสีฟ้าของท้องฟ้า หน้าผา และน้ำทะเล ดังแสดงด้านล่าง:

การเปลี่ยนแปลงในตัวอย่างนี้ค่อนข้างละเอียด แต่วิธีนี้สามารถช่วยเน้นสีบางอย่างได้

3.3 ตั้งค่า preset เพื่อประหยัดเวลา

เมื่อต้องการสร้าง Preset ให้คลิกที่เครื่องหมายบวกที่ด้านซ้ายของหน้าจอ

เลือก Hue, Saturation and Luminance

การตั้งค่า Preset จะทำให้เราสามารถใช้รูปแบบการปรับแต่งสีกับชุดรูปภาพเดียวกันได้ง่าย เนื่องจากเครื่องมือ HSL ส่งผลต่อข้อมูลในรูปถ่ายแต่ละรูปแบบแตกต่างกัน ด้วยวิธีนี้คุณสามารถแก้ไขภาพหนึ่งภาพให้เป็นสีที่เราต้องการแล้วนำไปใช้กับส่วนที่เหลือของรูปอื่นๆช่วยประหยัดเวลา

นอกจากนี้หลังจากทำเช่นนี้หลังจากทำหลายๆรูป เราจะเริ่มสร้าง library ที่ตั้งPreset ไว้ซึ่งสามารถใช้ได้ในงานต่อไป

จากที่ได้เรียนรู้วิธีการปรับแต่งสีของภาพโดยใช้เครื่องมือ HSL คิดว่าจะได้นำไปประยุกต์ใช้กันไหมครับ หรือใครมีเทคนิคดีๆอย่างอื่น สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะ ยินดีมากๆเลยครับ

credits: brevite.co