เจาะลึก Huawei Mate 30 Pro ด้านการถ่ายภาพและวีดีโอ

Huawei ได้เปิดตัว Mate 30 Pro ที่ประเทศเยอรมันเป็นมือถือรุ่นเรือธง ที่มาพร้อมกับความสามารถด้านการถ่ายรูปที่ดีขึ้น คราวนี้มาพร้อมกล้อง 4 ตัว บทความนี้จะเน้นเรื่องการถ่ายภาพ และวีดีโอโดยเฉพาะเลย ไปชมสเปค Mate 30 Pro ตัวนี้กันครับ

สเปค Huawei Mate 30 Pro

  • ตัวประมวลผล Kirin 990 รองรับ 5G
  • ตัวประมวลผลภาพ 16-core Mali G76
  • กล้อง 4 ตัว
  • กล้องมุมกว้างมาก (Super Wide) 16 ล้านพิกเซล เมื่อเทียบกับเซนเซอร์ฟูลเฟรมก็ระยะ 17 mm F1.8
  • กล้องมุมกว้าง 40 ล้านพิกเซล เมื่อเทียบกับเซนเซอร์ฟูลเฟรมก็ระยะ 27 mm F1.6 มีกันสั่น
  • กล้องระยะไกล 8 ล้านพิกเซล เมื่อเทียบกับเซนเซอร์ฟูลเฟรมก็ระยะ 80 mm F2.4
  • ซูมได้Optical 3 เท่า Digital 30 เท่า
  • กล้อง ToF ที่เป็นเซนเซอร์จับความลึก
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI HDR
  • กันสั่น OIS และ AIS
  • หน้าจอ 6.53 นิ้ว OLED ออกแบบให้จอล้นไปทางด้านข้าง ความละเอียด 2,400 x 1,176 พิกเซล
  • ISO 204,800
  • วีดีโอ 4K 60p
  • วีดีโอ 1080p ได้ 960 fps
  • วีดีโอ 720p ได้ 7,680 fps
  • วีดีโอ 4K HDR Timelapse ถ่ายต่อเนื่องได้ 12 ชั่วโมง
  • มีโหมด Cinematic Bokeh ในวีดีโอ
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh ชาร์จ 0-70% ได้ใน 30 นาที
  • กันน้ำกันฝุ่นที่ IP68
  • มี 6 สีให้เลือก
  • น้ำหนัก 192 กรัม หนา 8.8 มม.

มาเจาะลึกสเปคต่างๆเกี่ยวกับการถ่ายภาพกัน

อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือกล้อง สเปคบอกว่า 4 กล้อง แต่ถ่ายได้ 3 อีกตัวคือเช็คระยะ และสเปคกล้องส่วนใหญ่คล้ายกับ P30 Pro เลย ดูสเปค P30 Pro

ระยะที่น่าจะใช้ถ่าย Landscape เยอะก็คงเป็น Ultra Wide 17mm นั่นเอง ส่วนระยะที่น่าจะใช้บ่อยก็คือ 27 mm ซึ่งมีความละเอียดสูงสุด และ f/1.8 ช่วยให้เบลอหลังได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ด้วยเป็นเลนส์มุมกว้าง และเซนเซอร์เล็กทาง Physical คงไม่ได้เบลอได้มากขนาดนั้น แต่คงใช้ Software ช่วย และคงช่วยได้เยอะเพราะตัวประมวลผลที่ให้มานี่แรงมาก น่าจะใช้ถ่ายคนได้ดีทีเดียว

การถ่ายระยะใกล้หรือมาโคร ใกล้ได้ถึง 2.5 ซม. ก็ถือว่าใช้ถ่ายมาโครได้ดีพอสมควร

ด้านการถ่ายในที่มืด ทาง Huawei ค่อนข้างมีชื่อเสียงในด้านนี้อยู่แล้วครับ (อันนี้ผมไม่แน่ใจว่า Note10+ ISO สูงสุดแค่ 1600 หรือเปล่า ถ้าสูงกว่านี้ได้อีกอาจไม่แฟร์กับ Samsung นัก) Huawei Mate 30 Pro ดัน ISO ได้ถึง 204,800 เปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวันได้สบาย ส่วนการจัดการ Noise นั้น Huawei บอกว่าใช้อัลกอริทึ่ม BM3D ช่วยลด Noise ได้ 30% จะดีขนาดไหน ก็ต้องดูกันอีกที

เรื่องซูมถือว่าด้อยกว่า P30 Pro เล็กน้อย เพราะ Mate 30 Pro ตัวนี้ ซูม Optical ได้ 3 เท่า ซูมDigitalได้ 30 เท่า แต่ P30 Pro ซูม Optical ได้ 5 เท่าและ Digital ได้ 50 เท่า อันนี้แล้วแต่การใช้งานบางคนอาจไม่ได้เน้นซูมเยอะขนาดนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสนัก และอาจเป็นเรื่องของตำแหน่งการตลาดเพื่อให้ P30 Pro มีที่ยืนก็เป็นได้

เรื่องการถ่ายภาพรวมๆแล้ว คล้ายกับ P30 Pro มีบางจุดที่ด้อยกว่า P30 Pro เช่นเรื่องซูม แต่มีบางจุดที่ดีกว่าเช่นการถ่ายกลางคืน และอื่นๆ เพราะใช้ตัวประมวลผลที่ดีกว่า และอัลกอริทึ่มใหม่กว่า

มาดูเรื่องวีดีโอกันบ้าง

มีกล้อง Cine ละเอียด 40 ล้านพิกเซล และเป็นอะไรที่ว้าวพอสมควร เพราะเป็นมือถือตัวแรกที่ถ่ายเฟรมเรทเยอะที่สุดในโลกได้ถึง 7,680 เฟรมต่อวินาที สโลโมชั่นมากๆ แต่จะมีข้อจำกัดถ่ายได้ไม่เกินเวลาเท่าไหร่ไหม ก็ต้องดูกันอีกที และถ่าย 4K 60p ได้

ส่วนเรื่องกันสั่น ดูวีดีโอที่ถ่ายด้วย Mate 30 Pro ด้านล่างนี้ครับ เขาบอกว่าไม่ใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ ถ้าไม่ใช้ขาตั้ง และ Software ช่วยก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร และเพื่อให้ชัดขึ้นดูนาทีที่ 1.15.45 เอามือถือติดที่หัวนักกระโดดร่ม ผลลัพธ์ลองดูกันครับ

นอกจากนี้ถ้าดูไปถึงนาทีที่ 1.14.50 ก็จะเห็นโบเก้ในวีดีโอ หลังละลาย ก็ยังไม่ได้เนียนเท่ากล้องใหญ่ แต่ถ้าเทียบกับมือถือแล้วถือว่าทำได้ดีมากเลย เขาเรียกมันว่า Real-Time Cinematic Bokeh Video

นอกจากนี้ยังสามารถถ่าย 4K Cinematic Time-lapse ได้ 12 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถ ต่อเข้ากับ OSMO Mobile 3 ได้ทันทีด้วยระบบ Auto-Discovery

ทำงานร่วมกัน Profoto C1 และ C1 Plus ซึ่งเป็นไฟสตูดิโอขนาดพกพาได้ ซึ่งกล้อง Huawei Mate 30 Pro จะมีโหมด Profoto (ไฟขายแยก)

หลังจากโดนสหรัฐแบน ทั้ง Huawei Mate 30 และ Huawei Mate 30 Pro ใช้ระบบปฏิบัติการของ Huawei เอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ระบบปฏิบัติการของ Android 10 รุ่นล่าสุดมา ซึ่งระบบปฏิบัติการนี้ลงทุนไป พันกว่าล้านบาท

ราคา Huawei Mate 30 Pro

ราคา Huawei Mate 30 Pro มาพร้อม Ram 8GB ความจุ 256 GB 4G ราคาประมาณ 37,000 บาท
ราคา Huawei Mate 30 Pro มาพร้อม Ram 8GB ความจุ 256 GB 5G ราคาประมาณ 40,000 บาท
ในส่วน Huawei Mate 30 สเปคจะต่ำลงมาราคาอยู่ที่ ประมาณ 27,000 บาท

โดยรวมแล้วก็ถือว่าทำได้ดีมากหากเทียบกับมือถือด้วยกัน หากเทียบกับกล้องใหญ่ ด้วยเซนเซอร์ที่เล็กกว่าหลายอย่างก็คงสู้ไม่ได้ เช่น มิติของภาพ คุณภาพของไฟล์ แต่ก็มีบางอย่างที่พยายามใช้ Software มาทดแทน และมีบางอย่างที่ทำได้เหนือกว่ากล้องใหญ่บางตัวอย่างเช่นเรื่องสโลโมชั่นเป็นต้น หากเพื่อนไม่ได้จริงจังมาก อยากถ่ายเล่นๆ ลง social หรือทำ Vlog ตัวนี้ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ครับ ยังไงก็ลองไปจับดูของจริงกันก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ