รีวิวมือถือกล้องคู่ Zenfone Zoom S : Catch The Moment เก็บทุกความทรงจำ

“Catch The Moment” เป็นคำนิยามของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ASUS ที่กล่าวถึงมือถือ ZenFone Zoom S เป็นมือถือกล้องหลังคู่ตัวแรกของ ASUS ผมได้มีโอกาสใช้งาน และนำไปทดสอบ เลยจะมารีวิวให้เพื่อนๆฟังกันครับ

เรามาแกะกล่องกันดูครับว่ามีอะไรบ้าง

ในกล่องนอกจากมือถือ ก็มี สายชารจ์แบตและสายต่อ, หูฟังแบบ in-ear พร้อมอุปกรณ์เปลี่ยน, คู่มือภาษาไทย, เคสใส ขนาดเครื่องยาว 154.3 มม. กว้าง 77 มม. บาง 7.99 mm น้ำหนัก 170 กรัม มีให้เลือก 3 สีตามภาพด้านล่าง ด้านหลังมือถือมี กล้องคู่, แฟลช Led คู่, สแกนลายนิ้วมือ, เซนเซอร์เช็คความถูกต้องของสี, ระบบโฟกัสเลเซอร์

ก่อนจะไปทดสอบมาดูสเปคเครื่องหลักๆกันก่อนครับ

หน้าจอแสดงผล  AMOLED ขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล 100% ของปริภูมิสี NTS กระจก Corning Gorilla Glass 5 ซึ่งทนทานที่สุด แต่ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติเวลาสัมผัส มีฟิลเตอร์ bluelight ถนอมสายตา
CPU  Snapdragon 625 CPU Octa-core 2.0GHz
GPU  Adreno 506
RAM  4 GB
ROM  64 GB (eMCP)
กล้องหลังคู่  12 ล้านพิกเซล ตัวแรกระยะ 22mm f/1.7 เซ็นเซอร์ Sony IMX362 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55 นิ้ว จุดพิกเซล 1.4um เลนส์ตัวที่สอง 12 ล้านพิกเซล ระยะ 59 mm f/2.6 ซูมได้ 12 เท่า
กล้องหน้า  13 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ SONY IMX214 ขนาด 1/3.06″ พิกเซล 1.12um
วีดีโอ  4K ที่ 30 fps
กันสั่น  กล้องมีระบบกันสั่น OIS 4 แกน 4 stop สำหรับภาพนิ่ง และ EIS 3 แกน สำหรับวีดีโอ
ความเร็วชัตเตอร์  32 วินาที – 1/16000 วินาที
ISO  50-12800
ระบบโฟกัส  TriTech+ Auto Focus เร็ว 0.03 วินาที (Dual Pixel PDAF, Laser AF)
Raw File  มี
แฟลช  LED Dual Flash
วีดีโอ  4K ที่ 30 fps
ซิม และ การด์หน่วยความจำ  รองรับ 2 ซิม และใส่ microSD ได้ถึง 2 TB
รองรับ multituch  ได้ถึง 10 นิ้ว
ระบบสแกนลายนิ้วมือ  มี
แบต  5000 mAh
ระบบปฏิบัติการ  แอนดรอยด์ 6.01
สี  Navy Black, Glacier Silver, Rose Gold

สเปคที่กล่าวมาด้านบนถือว่าสูงเลยทีเดียว คราวนี้มาดูที่ผมนำไปใช้จริงกันบ้างครับ

*ภาพด้านล่างที่จะเห็นต่อไปนี้ไม่มีการปรับแต่งแสงสีใดๆทั้งสิ้น นอกจากลบสิ่งรบกวนพวกกิ่งไม้เล็กๆและแก้เอียงบางภาพครับ และผม compress file เป็น save for web เพื่อให้โหลดภาพไวขึ้น ทำให้ภาพสูญเสียความละเอียดไปบ้าง

พลังซูม

ผมไปลองถ่ายครั้งแรกที่ ตลาดรถไฟรัชดาครับ แอพที่ติดมากับ ZenFone Zoom S สามารถปรับ manual ได้ ไม่ว่าจะเป็น iso, shutter speed, ระยะโฟกัส และ white balance ฯลฯ


ความเร็วชัตเตอร์ 1/200 sec, ISO 100, f/2.6
ถ่ายด้วยโหมด HDR แอพกล้องที่ให้มาของ ASUS ZenFone Zoom S จะเห็นควาเก็บรายละเอียดได้ดีทีเดียวถ้าเทียบกับกล้องมือถืออื่นๆ และสังเกตตึกไกลๆ ที่สูงที่สุดในภาพให้ดีนะครับ

หากถ่ายและซูมภาพจากมือถือทั่วไปจะได้ภาพทางด้านซ้าย แต่ด้วย ZenFone Zoom S ตัวนี้เป็นกล้องคู่และเก่งเรื่องการซูม โดยซูม optical ได้ 2.3 เท่าโดยภาพยังชัดอยู่ และซูมแบบ Digital สูงสุดได้ถึง 12 เท่า แต่ภาพก็จะเสียความละเอียดไปบ้าง แต่ก็อย่างที่เห็นครับ ผมซูมที่ระยะ 12 เท่า ได้ภาพทางด้านขวา ซึ่งคมชัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นอะไรที่ผมชอบมาก เพราะปกติสิ่งที่อึดอัดเวลาถ่ายด้วยกล้องมือถือ คือถ่ายได้ระยะเดียว ซูมไม่ได้ ซูมได้ภาพก็แตก และมีระบบกันสั่นช่วยให้ภาพออกมาชัดกว่าเดิม

ถ่ายในที่มืด


ความเร็วชัตเตอร์ 1/50, f/2.6, ISO 1600

ภาพนี้ถ่ายช่วง 1 ทุ่ม ที่ท่ามหาราช ผมอยู่ฝั่งวังหลัง(ถ่ายข้ามฟาก) ผมใช้กล้องซูม (ระยะ 59 mm) ไปยืนบนเรือแล้วถ่าย มือถือตัวนี้มีเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่ามือถือทั่วไปทำให้รับแสงได้ดีกว่า เมื่อรับแสงได้ดี ก็สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นได้ อีกทั้งมีระบบกันสั่น ทำให้ถ่ายความเร็วชัตเตอร์ 1/50 วินาทีบนเรือที่โคลงเคลง ก็สามารถได้ภาพกลับมา และถ้าถ่ายด้วยกล้องหลักที่ f/1.7 จะสามารถเก็บแสงได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า แต่รูปนี้จำเป็นต้องใช้กล้องซูมเพราะอยู่กันคนละฟากแม่น้ำเจ้าพระยา 

ปล.ภาพท่ามหาราช นี้หมุน crop นิดหนึ่ง เพื่อให้เส้นขอบฟ้าตรง เพราะเรือโยกอยู่ตลอดครับ

ภาพกลางคืนอีกรูปครับ

แสง

ความเร็วชัตเตอร์ 1/125, f/1.7, ISO 50

นอกจากมีรูรับแสงที่กว้าง และ พิกเซลที่ใหญ่แล้ว ZenFone Zoom S ยังมีซอฟต์แวร์ SuperPixel™ Engine ที่ฉลาด เพิ่มความไวแสงของเซ็นเซอร์ได้สูงถึงสี่เท่า และเมื่อเราใช้ ISO เยอะๆ ซอฟต์แวร์ในมือถือจะลด noise ให้เองอีกด้วยครับ 

สี

สีภาพที่ได้จากกล้องนี้ ไม่จืดเกินไป และไม่สดเกินไปจนสูญเสียรายละเอียด ผมว่าสดใสกำลังดีครับ และมีเซ็นเซอร์การแก้ไขสี RGB สำหรับการถ่ายภาพเพื่อให้ได้สีสันสมจริง ภาพตึกสีด้านบนนี้แก้เส้นตึกนิดหน่อย(ภาพเดิมเป็นมุมเงย) ส่วนแสงสีไม่ได้ปรับแต่งเพิ่มเติมครับ 

ระบบโฟกัส

กล้องจาก ZenFone Zoom S นี้ มีความเร็วโฟกัสแค่ 0.03 วินาที ระบบโฟกัสเป็นแบบ Dual Pixel PDAF แบบใหม่ล่าสุด (ออโต้โฟกัสแบบ Phase Detection) และมีการโฟกัสอัตโนมัติแบบติดตามวัตถุสำหรับทั้งภาพถ่ายและวิดีโอเพื่อช่วยให้วัตถุอยู่ในโฟกัสที่ชัดเจน และโฟกัสอัตโนมัติแบบเลเซอร์สำหรับระยะห่างที่หลากหลาย จากการใช้งานจริง ก็เห็นว่ามันโฟกัสได้ไวจริงๆ แต่มีบ้างบางครั้งที่เซนเซอร์ไวเกินไป มีหลายวัตถุเคลื่อนที่ เลยไม่รู้ว่าจะโฟกัสจุดไหน แต่เราก็สามารถจิ้มหน้าจอเลือกจุดโฟกัสได้

ไฟล์ Raw

มือถือรองรับ Raw File เพื่อให้เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น จะได้นำไปแต่งภาพได้ยืดหยุ่นมากขึ้น จากการทดสอบสามารถดึง Highlight และชุด Shadow ได้พอสมควร ตัวอย่างนี้ไม่อยากขุดมากครับ เพราะกลัวหลอกตา หารูปที่จำเป็นต้องขุดมาไม่ได้จริงๆครับ ต้องขอโทษด้วยครับ

แบตเตอรี่

สิ่งสำคัญอีกอย่างเกี่ยวกับการถ่ายรูปคือแบตเตอรี่ ซึ่งให้มาจัดเต็มมาก 5000 mAh มากกว่ารุ่นอื่น 2-3 เท่า ปกติผมต้องชาร์จมือถือทุกวัน แต่พอมาใช้ ZenFone Zoom S ชารจ์ครั้งหนึ่งใช้ได้ 2-3 วัน ถ่ายรูป เล่นเน็ตตามปกติ โดย ASUS เคลมว่าถ้าเปิด standby ไว้รับสายเฉยๆ อยู่ได้ถึง 42 วัน และยังเปลี่ยนมือถือเป็นแบตสำรองเพื่อชาร์จอุปกรณ์อื่นๆได้อีกด้วย (Reverse Charging) ด้วยแบตขนาดนี้ และความจุ microSD ที่ได้ถึง 2TB เข้าป่าไปถ่ายรูป 2-3 วันนี่สบายเลย ถ้าปิดเน็ตใช้โหมดประหยัดพลังงาน ก็ยิ่งอยู่ได้นานขึ้นไปอีก

โหมดต่างๆ

โปรแกรมกล้องที่ติดมากับมือถือ ZenFone Zoom S มีหลายโหมดมาก ดังนี้

  • Auto
  • Manual : ปรับ ISO, ความเร็วชัตเตอร์, ระยะชัด, White Balance ด้วยตัวเอง
  • HDR Pro : ลดแสงที่สว่างมากเกินไป และเพิ่มแสงในส่วนที่มืด
  • Beautification : สามารถเพิ่มความขาว แต่งสกิน เพิ่มลดขนาดตาและขนาดแก้ม
  • Super Resolution : กล้องจะถ่ายภาพมา 12 ภาพ แล้วนำมาประมวลผลจนได้ภาพความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล 
  • Children : มีเสียงจากโทรศัพท์ หลอกล่อเด็กให้หันมา แล้วถ่ายอัตโนมัติเมื่อตรวจจับใบหน้าได้
  • QR code 
  • Night : ถ่ายภาพกลางคืน โดยเพิ่ม ISO และ ลดความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ
  • Depth of Field: โหมดหน้าชัดหลังเบลอ เลือกระดับความเบลอได้
  • Effect: มีฟิลเตอร์ต่างๆ ให้เลือกใช้
  • Selfie
  • Gif Animation : ถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF
  • Panorama: โหมดพาโนรามา
  • Miniature : ถ่ายภาพเบลอแบบ Tilt-Shift  ให้ภาพออกมา แบบจำลองของเล่น
  • Time Rewind : ถ่ายรัวๆมาหลายใบ 2 วินาที แล้วมาเลือกภาพที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆ
  • Smart remove : ถ่ายภาพจำนวนมาก และตรวจจับวัตถุที่ไม่ต้องการให้อยู่ในภาพ แล้วลบออก (เช่นคนเดินผ่าน)
  • All Smile : เหมาะกับถ่ายภาพเป็นกลุ่ม โดยกล้องจะถ่ายภาพรัวๆ มา 5 วินาที ให้เรามาเลือกภาพที่ดีที่สุด
  • Slow motion
  • Time Lapse

ซึ่งมีโหมดเยอะมากๆ ผมจะไปแสดงให้ดูทุกอัน แต่จะแยกเป็นอีกบทความในอนาคต ว่าด้วยการใช้งาน และเทคนิคการถ่ายจากมือถือ ZenFone Zoom S บทความนี้มาดูภาพจากโหมดที่ผมใช้บ่อยดีกว่า

Manual


ความเร็วชัตเตอร์ 1/125, f/2.6, ISO 100 ปรับ White Balance 6500K จากกล้อง

HDR


ความเร็วชัตเตอร์ 1/750, f/2.6, ISO 100 

Panorama

หน้าชัดหลังเบลอ

โหมดหน้าชัดหลังเบลอ เป็นการเบลอแบบใช้ซอฟต์แวร์ ปรับระดับความเบลอได้ แต่ความเนียนจะสู้เบลอแบบธรรมชาติไม่ได้อยู่แล้วครับ

รูปนี้ให้แสงอยู่ด้านหลัง จะดูโบเก้ ทำให้หน้ามืด รูปนี้ผมดึงเงาให้หน้าสว่างและลบสิ่งรบกวนครับ

Beautification

โหมดนี้จะตรวจจับใบหน้าและ แต่งสีผิว เพิ่มความสว่าง เพิ่มลดขนาดตา เพิ่มลดขนาดแก้ม ได้

โหมดขาวดำ

Timelapse

 เสียง

นอกจากเน้นถ่ายภาพแล้ว ZenFone Zoom S ยังมีระบบเสียงที่ดีมาก รองรับไฟล์ Hi-Res 24 bits/192kHz โครงสร้างลำโพงห้าแม่เหล็กขั้นสูง วอยซ์คอยล์โลหะ และช่องเสียงกว้างซึ่งขับเคลื่อนโดย NXP Smart AMP ทำให้ได้เสียงที่ดี

ราคา

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 16,990 บาท ถ้าเทียบกับมือถือราคา 2-3 หมื่น แล้วถือว่าตัวนี้คุ้มมากครับ คุณภาพจัดเต็มในราคาไม่สูงไป ชนชั้นกลางที่ชอบถ่ายภาพสามารถซื้อได้ ราคาไม่เกินเอื้อมนัก วางขายหลังวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซื้อได้ที่ร้านมือถือชั้นนำทั่วประเทศ หากอยู่ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ไปที่งาน mobile expo วันที่ 18-21 พ.ค. นี้ครับ

ข้อเสีย

ถ้าเทียบกับมือถือตัวอื่นทั่วไป หาข้อเสียยากอยู่ครับ ที่เจอปัญหาก็มี
1. โหมด Depth of Field หรือหน้าชัดหลังเบลอ บางรูปซอฟต์แวร์ก็เรนเดอร์ให้ไม่เนียน แต่ผมก็ทำใจแล้วครับว่าเบลอด้วยซอฟต์แวร์ จะให้เนียนเหมือนเบลอแบบธรรมชาติ (physical) ยาก ก็ต้องลุ้นว่ามันจะเนียนไหม อนาคตอยากให้อัพเดทซอฟต์แวร์ให้เนียนขึ้นกว่านี้จะดีมาก และมีข่าวว่าการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอจะอยู่ในโหมด Portrait ซึ่งจะมาพร้อมกับ Android 7.0 หลังจากทำการอัพเดทเร็วๆ นี้

2. แฟลร์และโกสต์ เมื่อถ่ายดวงอาทิตย์ตรงๆ จะมีแฟลร์เป็นเส้นๆ และมีโกสต์เกิดขึ้นให้เห็นดังภาพ สู้เลนส์เทพๆที่ใช้กับกล้องใหญ่ไม่ได้ ถ้าเทียบกับมือถือด้วยกัน ผมว่าก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ความเร็วชัตเตอร์ 1/750 วินาที, f/2.6, ISO 50, ปรับ White Balance 6500K จากกล้อง

สรุป

ปกติมือถือผมใช้สำหรับโทร เล่น social ถ่ายรูป ฟังเพลง อ่านข่าว ซึ่งหลังจากที่ผมทดสอบมา 1 อาทิตย์ มือถือตัวนี้กลายเป็นมือถือหลักที่ผมใช้เป็นที่เรียบร้อย เพราะตอบสนองต่อความต้องการผมครบ โดยเฉพาะเรื่องฟังเพลง และถ่ายรูป มันขยายขีดจำกัดของกล้องมือถือเดิมของผม ไม่ว่าจะเรื่องระยะการซูมทำให้ถ่ายระยะไกลได้ รับแสงได้ดีกว่าทำให้ใช้ชัตเตอร์สปีดที่เร็วขึ้นได้ ระบบโฟกัสที่ดีกว่า และแบตที่อึดมาก ทำให้ไม่พลาดช็อตสำคัญๆ สมกับที่ ASUS ให้นิยามว่า “Catch The Moment”

205,511FansLike
1,262FollowersFollow
654FollowersFollow
3,820SubscribersSubscribe

หลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วไป โดย Sornsak Sakbodin

หลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วไป ตามทฤษฎีหรือหลักของการถ่ายภาพที่ดีทั่วๆไปแล้ว ภาพจะต้องได้รับการจัดองค์ประกอบ หรือสร้าง composition ขึ้นมา และจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ หรือ subject ของภาพ ซึ่งจะเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับความตัองการของผู้ถ่าย แต่จะต้องชัดเจนว่าเป็นอะไร และในส่วนของการจัดภาพนั้น ก็จะประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆดังที่จะเอ่ยถึงต่อไป   เวลาที่ออกไปถ่ายภาพ หากเราสละเวลาเพียงนิดหน่อยมาคิดถึงสิ่งที่จะถ่าย ก็จะทำให้เราได้ภาพที่ดีกว่าการออกไปถ่ายโดยไม่คิดอะไรเลยอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เอ่ยถึงข้างล่างนี้ มักจะเป็นสิ่งที่เราจะเห็นในภาพที่ดีๆเสมอ บางหัวข้ออาจจะเห็นว่ามันทำหน้าที่คล้ายกัน แต่จะมาในลักษณะที่ต่างกัน Point of Interest...องค์ประกอบสำคัญของภาพ หรือจุดเด่นของภาพ...

ทำไมถ่ายแล้ว ไม่ชัด ? มาเรียนรู้วิธีถ่ายภาพให้คมชัดกันดีกว่า

เชื่อว่าหลายคนที่เคยถ่ายภาพมา คงเคยประสบปัญหาถ่ายมาแล้วไม่ชัด กันทั้งนั้น หลายคนทราบวิธีและแก้ไขมันได้ แต่หลายคน ก็ไม่ทราบว่ามันเป็นที่สาเหตุอะไรได้บ้างวันนี้เราจะมา ไขข้อสงสัยกันว่าทำไมถ่ายมาแล้วมันไม่ชัด และ เมื่อคุณรู้ถึงสาเหตุแล้ว คุณอยากได้ภาพ เบลอๆ หรือภาพชัดๆ คุณก็สามารถกำหนดได้แล้ว และมีความสุขกับการถ่ายภาพมากขึ้น 1) กล้องสั่น เป็นปัญหาที่เจอกันบ่อยมาก เมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ และ กล้องขยับเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ภาพเบลอได้แล้ว ยิ่งตอนกลางคืน หรือที่มืดๆ ใครใช้โหมดออโต้ บางครั้งกล้องจะดึงความเร็วชัตเตอร์มาต่ำเพื่อให้ได้ภาพสว่างขึ้น หากมือไม่นิ่งพอ...

เทคนิคการจัดท่าโพสของเจ้าบ่าว ในวันแต่งงาน

การถ่ายภาพแต่งงานถือว่าเป็นงานประเภทหนึ่งที่ท้าทายที่สุด ในหนึ่งวัน คุณต้องเป็นทั้งช่างภาพแฟชั่น ช่างภาพผลิตภัณฑ์ ช่างภาพสารคดี และช่างภาพครอบครัวภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง สิ่งที่ยากที่สุดในการถ่ายคือการถ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งต้องพยายามทำให้เขารู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย พร้อมกับนำเสนอเคล็ดลับการโพสท่าและแนะนำเขา ในตอนเช้าของวันแต่งงาน เมื่อคุณเดินเข้าไปในบ้านของเจ้าบ่าว คุณจะรับรู้ถึงความตึงเครียด กดดัน บ่อยครั้งที่เจ้าบ่าวรู้สึกกลัวกับการเป็นที่สนใจของงาน มันทำให้เขาคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่อึดอัด งานของคุณคือทำให้เขารู้สึกสบายใจเพื่อที่คุณจะสามารถสร้างภาพถ่ายที่น่าอัศจรรย์และสำคัญต่อชีวิตพวกเขามากๆในช่วงเวลาหลายๆปีต่อมา ในฐานะที่ฉันก็เป็นผู้ชาย ฉันสามารถยืนยันว่า การอยู่หน้ากล้องเป็นเรื่องที่น่ากังวลจริงๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณสามารถทำและพูดให้เจ้าบ่าวและครอบครัวของเขารู้สึกสบายใจในวันสำคัญแบบนั้น คือเคล็ดลับการวางตัวทั่วไปและเทคนิคในการโพสต์ท่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และยังเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเจ้าบ่าวของคุณด้วย ทำความรู้จัก เมื่อคุณมาถึงบ้านครั้งแรกให้เดินโดยไม่มีกล้องถ่ายรูปและไปพบเพื่อนใหม่ ๆ เดินพูดทักทายแนะนำตัวเองจับมือและแนะนำตัวเองกับทุกคน คุณจะทึ่งในขั้นตอนแรกนี้มันจะช่วยละลายพฤติกรรมและช่วยสร้างความรู้จักกับคนอื่นทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น เอาเจ้าบ่าวออกจากห้อง หากคุณกำลังถ่ายภาพในบ้านที่เต็มไปด้วยครอบครัวและเพื่อน ๆ...

ทำไมสัดส่วนทองคำ ดีกว่า กฏสามส่วน?

วันนี้ไปอ่านเรื่อง ทำไมกฏสัดส่วนทองคำ ดีกว่า กฏสามส่วน? ฟังดูน่าสนใจเลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ เราเคยได้ยินเรื่องกฏสามส่วนมานานแล้ว และเป็นแนวทางแรกๆที่หลายคนนึกถึงเวลาถ่ายรูป เพื่อให้ได้องค์ประกอบที่ดี หรือแม้จะไม่ดีมาก แต่ก็พอการันตีได้ว่าถ่ายออกมาองค์ประกอบจะไม่แย่นัก เชื่อว่าหลายล้านภาพบนโลกใบนี้ มีการใช้กฏสามส่วน แต่ถามว่ามัน Perfect ไหม? ไม่! มีบางอย่างดีกว่านั้น นั่นคือสัดส่วนทองคำ สัดส่วนที่เชื่อกันว่าเป็นสัดส่วนที่สวยงามที่สุดในโลก สัดส่วนทองคำหรือ Golden Ratio มัดูเจ๋งกว่า ฉลาดกว่า และเข้าใจยากกว่า บางครั้งถูกเรียกว่า Fibonacci Spiral มันเป็นผลลัพธ์ของสูตรคณิตศาสตร์ a/b...

แบบฝึกหัดแค่ 15 นาที เพื่อพัฒนาการถ่ายรูปของคุณ

วันนี้นำแบบฝึกหัดดีๆมาฝากครับ ใช้เวลาแค่ 15 นาที มันเป็นเรื่องของ มันเป็นเรื่องของการคิดก่อนถ่าย ไปดูกันเลยดีกว่า หยิบกล้องของคุณขึ้นมา (กล้องอะไรก็ได้ ครั้งสุดท้ายที่ทำแบบฝึกหัดนี้ ผมใช้ iPhone) เสร็จแล้วมุ่งหน้าออกไปยังสนามข้างนอก (หรือในที่ร่ม หรือ ห้องนั่งเล่นก็ได้ จริงๆแล้วที่ไหนก็ได้) จากนั้นก็นั่งลง แถวๆ ตรงกลางของสถานที่นั้นๆ และ 10 นาทีต่อจากนี้ห้ามถ่ายรูป แต่ให้ทำสิ่งเหล่านี้ สำรวจ - นั่งซึมซับบรรยากาศ - ดูทิศทางแสง และแสงตกกระทบสิ่งที่อยู่รอบๆตัว -...

Related articles